Monday, July 2, 2018

มหัศจรรย์“ตรีผลา”ไม้ผล3ชนิด ต้านชรา-มะเร็ง ที่ดังไกลทั่วโลก!

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ
โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย
ตรีผลาเป็นพิกัดยาแผนโบราณที่มีประวัติการใช้มายาวนาน จนได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันดีมากที่สุดตำรับหนึ่ง ไม่เฉพาะในหมู่ชาวไทย แต่ดังไกลไปทั่วโลก
จนมีคำกล่าวขวัญในหมู่ชาวฝรั่งที่เป็นแฟนคลับยาสมุนไพรว่า “เจ็บป่วยคราใด ไม่รู้จะใช้ยาอะไร ให้ใช้ตรีผลา” (When in doubt,use Triphala”)
ส่วนใหญ่คนไทยมักจะคุ้นกับสรรพคุณเป็นยาระบายของตรีผลา เพราะสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็อนุญาตให้ใช้สรรพคุณขอขึ้นทะเบียนไว้แค่นั้นเอง ทั้งที่งานวิจัยสมุนไพรได้ค้นพบสรรพคุณใหม่ๆ ของตรีผลามากกว่าที่คิด
“ตรีผลา” ที่นำมาวิจัยสรรพคุณนั้นเป็นสูตรตำรับพื้นฐานที่สุดคือประกอบด้วย เนื้อผลที่แก่เต็มที่ของ สมอไทย (ชื่อพฤกษศาสตร์ Terminalia chebula RetZ. ชื่อสามัญ Chebulic myrobalan) สมอพิเภก(ชื่อพฤกษศาสตร์ Terminalia belerica Roxb. ชื่อสามัญ Belleric myrobalan) และมะขามป้อม (ชื่อพฤกษศาตร์ Phyllanthus emblica L. ชื่อสามัญ Emblic Myrobalan) ในอัตราส่วนเสมอภาค 1:1:1 ตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด
กรณีทดลองในคนเพื่อศึกษาฤทธิ์ระบายแก้ท้องผูกเรื้อรังและช่วยลดกรด ศึกษาในอาสาสมัครผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังทั้งสองเพศ อายุระหว่าง 16-52 ปี จำนวน 160 คน ใช้ตรีผลารูปแบบแคปซูล กินครั้งละ 2,500 มิลลิกรัม (2.5 กรัม) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 1 เดือน
ผลสรุปคือ ตรีผลาช่วยให้การระบายดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดกรด และไม่พบพิษข้างเคียงใดๆ
กรณีศึกษากับอาสาสมัครไม่ระบุจำนวนในผู้ป่วยโรคเกาต์และโรคอ้วน พบว่าผู้ป่วยโรคเกาต์ที่รักษาด้วยการจำกัดอาหารโปรตีนมาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้ผล ซ้ำยังมีอาการปวดเป็นระยะๆ หลังจากรับประทานตรีผลาผสมมหาหิงคุ์ ครั้งละ 1,000 มิลลิกรัม วันละ 3 เวลา หลังอาหาร นาน 2-3 สัปดาห์ อาการดีขึ้น และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องไม่มีการกลับมาเป็นซ้ำทั้งยังไม่มีพิษข้างเคียงอีกด้วย
เมื่อใช้ตรีผลาผสมมหาหิงคุ์ในขนาดเดียวกันกับผู้ป่วยโรคอ้วนโดยเทียบกับยาหลอก พบว่าผู้ป่วยมีน้ำหนักลดอย่างมีนัยยะสำคัญ
การศึกษาในหนูทดลองที่ได้รับรังสีแกมมา โดยการฉีดสารสกัดน้ำของตรีผลาเข้าช่องท้องหนูขนาด 10 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 ก.ก. เป็นเวลา 30 วันหลังฉายรังสี พบว่าตรีผลาแสดงฤทธิ์ต้านรังสี (chemoprevention) ที่แรงมาก สามารถป้องกันอาการป่วยและการตายของหนูทดลองจากการฉายรังสี
นอกจากนี้ ยังพบว่าอาหารที่เสริมด้วยตรีผลา (Tribala in diet) 2.5% และ 5% สามารถลดการเกิดเนื้องอกที่ผนังกระเพาะอาหารส่วนต้นได้ถึง 77.77%
แต่เมื่อทดลองถ้าใช้อาหารเสริมตรีผลาในระยะยาวพบว่าการกินในขนาดที่น้อยกว่า คือ ผสม 2.5% ได้ผลดีกว่าผสมขนาด 5% ได้ผลดีคือ 66.66% และ 62.50% ตามลำดับ
และยังพบว่าตรีผลาแสดงฤทธิผลรวมในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสมุนไพรตัวเดี่ยวทั้งสามชนิด
มีการทดลองในหนูที่ถูกปลูกถ่ายเซลล์มะเร็ง โดยป้อนตรีผลาทุกวัน พบว่าการเจริญของก้อนเนื้อมะเร็งลดลง เพราะมีการทำลายเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้น และเมื่อนำสารสกัดน้ำของตรีผลาทดสอบกับเซลล์มะเร็งเต้านมในหลอดทดลอง พบว่าปฏิกิริยาการทำลายเซลล์มะเร็งมีมากอย่างมีนัยยะสำคัญ
ดังนั้น เมื่อรับประทานตรีผลา จึงไม่ได้รับสรรพคุณเพียงเป็นยาระบายแก้ท้องผูก แต่ยังช่วยป้องกันมะเร็ง โรคเกาต์ และป้องกันความเสื่อมของเซลล์อันเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังหลายประการ เช่น ผิวพรรณหมองคล้ำ ปวดข้อปวดเข่า ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด นักวิจัยแนะนำขนาดรับประทานตรีผลาได้ตลอดชีวิตอย่างปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดีและทำให้อายุยืนคือ ครั้งละ 1-2 กรัม (1,000-2,000 มิลลิกรัม) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ดูการสั่งตรีผลา และ พลูคาว
ตามรายละเอียดด้านล่าง
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างได้รับการรักษาจากการแพทย์แผนปัจจุบันอยู่ นักวิจัยทางแพทย์เภสัชยืนยันว่าสามารถใช้ตรีผลาร่วมในการรักษาได้ในแง่ของการป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ แต่การรักษามะเร็งที่เป็นแล้วน่าจะเลือกใช้วิธีผสมผสาน และตรวจดูผลการรักษาเป็นระยะเพื่อปรับเปลี่ยนวิธีรักษาที่ดีที่สุดต่อร่างกาย
KHAOLAOR อาหารเสริม พลูคาวสกัด ผสมเบต้ากลูแคนและวิตตามินซี สะเก็ดเงิน เพิ่มภูมิต้านมะเร็ง โดย ขาวละออ (60 เม็ด)
เลขที่ อย.11-1-08831-1-0096
ใน 1 เม็ดประกอบด้วย
พลูคาวสกัดเข้มข้น 4 เท่า 300 mg.(เทียบเท่าพลูคาวแห้ง 1,200 mg.)
เบต้ากลูแคน จากยีสต์ 50 mg.
กรดแอล-แอสคอร์บิก(อนุพันธ์วิตตามินซี) 30 mg.
รับประทานครั้งล่ะ 1 เม็ด ก่อนอาหาร เช้าและเย็น
ขนาดบรรจุ 60 เม็ด/กล่อง 
สั่งซื้อ!!! สมุนไพรมหัศจรรย์


Khaolaor ตรีผลา แคปซูล 

ลดไขมันปกป้องเซลล์ตับ 

ปรับสมดุลเพิ่มภูมิต้านทาน 

100 แคปซูล ราคา 210 บาท สั่งซื้อ!!!



    Khaolaor ตรีผลา แคปซูล ลดไขมันปกป้องเซลล์ตับ ปรับสมดุลเพิ่มภูมิต้านทาน 100 แคปซูล
    ในหนึ่งแคปซูล 450 มิลลิกรัม มีส่วนผสมของ
    เนื้อในลูกสอมไทยแห้ง เนื้อในลูกสมอพิเภกแห้ง เนื้อในลูกมะขามป้อมแห้ง ในอัตราส่วนเท่ากัน



    งานวิจัยพลูคาว หรือ คาวตอง

    งานวิจัย และการใช้งานพลูคาว
    • ฤทธิ์ในการบำบัดฟื้นฟู โรคความดันโลหิตสูง (Artrosclerosis)
    • ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง (Cytotoxicity Against Tunor Cellines)
    • เซลล์มะเร็งปอด เซลล์มะเร็งรังไข่ เซลล์เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย เซลล์มะเร็งสมอง มะเร็งลำไส้ มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดอย่างมีนัยสำคัญ (จากการค้นคว้า)
    • ฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Antileukemic Activty)
    • ฤทธิ์กับการติดเชื้อไวรัส กระตุ้นเซลล์เพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้ทรพิษ หัด หัดเยอรมัน การติดเชื้อทางเดินหายใจ HIV เริม งูสวัด
    • ฤทธิ์เกี่ยวกับการต้านเชื้อราและแบคทีเรีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา Cryptocoecus Neoformans) ทางเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคทางเดินอาหาร โรคปริทันต์ โรคระบบสืบพันธุ์ กลากเกลื้อน โรคติดเชื้อในช่องปาก
    • ฤทธิ์ต้านการอักเสบต่างๆ (Anti – Inflamnation) ยับยั้งเอนไซม์ (Cyclooxygenase) เป็นบ่อเกิดของการอักเสบ หรือโรคที่มีอาการอักเสบ
    • ฤทธิ์ขับปัสสาวะ (Diuretic Actuvity) ขยายหลอดเลือด ทำให้อัตาการไหลเวียนของเลือดและการขับปัสสาวะเพิ่มขึ้น
    • ฤทธิ์อื่นๆ เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกันหรือภูมมิต้านทานโรคยับยั้งเนื้องอก กระตุ้นเซลล์ น้ำเหลือง ยับยั้งโรคเบาหวาน รักษาความสมดุลของร่างกายและอื่นๆ

    รายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสมุนไพรพลูคาว
    ที่เกี่ยวข้องกับผักคาวตองคือ
    สมุนไพรพลูคาวกับภูมิคุ้มกัน
    ร่างกายจะมีภูมิคุมกันโรค หรือมีความต้านทานโรคไม่ให้โรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย สมุนไพรพลูคาวช่วยบำบัดอาการไอ จาม อักเสบ หอบหืด(Atopiceczema) โรคหวัดเรื้อรัง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคไขข้อหลังอักเสบ โรคหนังแข็ง โรคกล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง(AIDS)โรคเอดส์ ผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน
    สมุนไพรพลูคาวเกี่ยวกับโรคมะเร็ง
    1.ฤทธิ์การทำลายเซลล์มะเร็ง 5ชนิด คือ เซลล์มะเร็งปอด (HUMANLONG DADNOCARCINOMA) เซลล์มะเร็งรังไข่ (HUMAN OVARIAN ADENOCARCINOMA) เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายในสมอง เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ
    2.ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (LEUKEMIC CALL LINES)
    3.ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งอื่นๆ
    ในประเทศจีน มีการใช้สมุนไพรพลูคาวในการรักษาเซลล์มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งทางเดินหายใจ เนื้องอกในรังไข่(OOPHOROMA) มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร เซลล์มะเร็งสมอง (HUMAN CNS CARCINOMA) เซลล์มะเร็งลำไส้ (HUMAN COLON ADENOCARCINOMA) และยังพบว่ามีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งอื่นๆได้อีก
    สมุนไพรพลูคาวกับไวรัส โรคที่เกิดจากไวรัสแบ่งเป็นการติดเชื้อ 3แบบคือ
    1.โรคที่เกิดจากไวรัส ที่มีอาการเฉียบพลัน เช่นไข้ทรพิษ, หัด, หัดเยอรมัน, หวัด, ตาอักเสบ 
    2.โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเป็นๆหายๆ เช่น เริม งูสวัด เป็นต้น
    3.โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเรื้อรัง เช่น HOV โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น
    สมุนไพรพลูคาวสามารถยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส POLLOVIRUS AND COXSACKIEVIRUS โรคที่เกิดจากไวรัสในไก่ โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง เช่นหวัด ไข้หวัดนก คางทูม ต่อมทอลซินอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก

    สมุนไพรพลูคาวกับเชื้อรา
    สมุนไพรพลูคาวสามารถรักษา กลาก เกลื้อน สังคัง ฮ่องกงฟุต สะเก็ดเงิน โรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา CRYPTOCOCCUS NEOFORMANS
    สมุนไพรพลูคาวกับแบคทีเรีย
    สมุนไพรพลูคาวสามารถป้องกัน อาการท้องเดิน ท้องเสีย ท้องเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ฝี โรคทางเดินอาหาร โรคปริทันต์ โรคในระบบสืบพันธุ์ โรคติดเชื้อในช่องปาก สิว โรคผิวหนัง
    สมุนไพรพลูคาวกับโรคอื่นๆ
    เบาหวาน ตับอักเสบ ตับแข็ง ไตอักเสบ เนื้อปอดพองลม ปวดขัดเบา ลดไข้ ขจัดสารพิษ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคผิวหนังโรคติดเชื้อต่าง ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด โพรงจมูกอักเสบ ควบคุมระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้เร็วขึ้น
    “พลูคาว” นอกจากใช้ได้ดีในผู้ป่วยโรคมะเร็งแล้ว ยังพบว่าสามารถใช้ได้ผลในผู้ป่วย โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน อัมพาต รักษาแผลเรื้อรังซึ่งสามารถใช้ทาแผลได้ และผลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคร้ายต่างๆ จะช่วยในการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งผลการทดลองในห้องปฎิบัติการพบว่าสามารถทำลายเชื้อ HIV-1(โรคเอดส์) เชื้อรา และแบคทีเรียหลายชนิดอีกด้วย

    นอกจากนั้น ยังมีรายงานวิจัยระบุว่า สีแดงใต้ใบของพลูคาวมีสารช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย และต้านทานเนื้องอก พร้อมกับไปขับพิษที่จะเป็นสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย แต่สารนี้อาจจะมีคุณภาพไม่คงทนหรือไม่คงที่ อีกทั้งยังไม่พบรายงานการศึกษาวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับคุณสมบัติต้านมะเร็ง ของพลูคาวอย่างเป็นทางการ ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ยังต้องมีการศึกษาวิจัยที่ชัดเจนต่อเนื่องต่อไปอีก

    ......................................................................................

    เอกสารอ้างอิงชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง
    จากหนังสือ ผักคาวตอง สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข\
    จากหนังสือ THE ASEAN JOURNAL OF RADIOLOGY

    Sunday, July 1, 2018

    ป่วยด้วยโรคจากกรรมเก่า จะบรรเทาได้อย่างไร?

    ถ้าป่วยด้วยโรคจากกรรมเก่าจะบรรเทาได้อย่างไร



    ถาม - กรรมเก่าสามารถส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยได้ไหม
    แล้วจะมีหนทางใดบ้างที่จะทำให้ทุเลาเบาบางลงคะ
    พระพุทธเจ้าตรัสว่านะครับ สาเหตุของการป่วย เจ็บไข้ได้ป่วยนะ
    มีอยู่ ๔ ประการ อันนี้ท่านตรัสไว้กับพระนะ
    แต่ว่าก็คงจะเอามาประยุกต์ได้ในกรณีทั่วไป
    ท่านตรัสว่า ที่ป่วยนะมันมีสาเหตุอยู่ ๔ ประการด้วยกัน
    หนึ่ง คือเรื่องของดินฟ้าอากาศ เรื่องของอุตุ
    พูดง่ายๆ ว่า จะเป็นเชื้อโรค จะเป็นลมฝน
    จะเป็นอากาศหนาวมากเกินไป อะไรต่างๆ นานา
    มันทำให้เจ็บป่วยขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องปัจจัยอื่นนะครับ
    ข้อสองคือใช้กำลังงานมากเกินไป
    พูดง่ายๆ ว่าทำให้เครื่องมันร้อนน่ะ ร่างกายมันร้อนเกินเหตุนะครับ
    ก็เกิดอาการที่มันโอเวอร์ฮีท (overheat) ร่อแร่ๆ เหมือนกับเป็นไข้
    หรือว่าเป็นอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับความร้อนได้
    ความร้อนจากภายในคือคนโบราณเรียกกันว่าธาตุไฟกำเริบนะครับ
    ข้อสามคือไม่ออกกำลังกาย ไม่ออกกายบริหาร
    อันนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ตั้งแต่กว่าสองพันปีที่แล้วนะ เอามาใช้ได้เลยนะ
    ถ้าหากว่าเราคิดว่าเราเป็นคนเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ 
    ถามตัวเองดูว่า มีการออกกำลังกายให้ร่างกายมันมีภูมิต้านทาน
    มีภูมิคุ้มกัน มีความแข็งแรงออกมาจากภายในไหม
    ถ้าหากว่ายังไม่ได้ออกกำลังกายนะ
    ขอให้พิจารณาดูว่าอันนี้เป็นต้นเหตุเหมือนกันนะครับ
    ของสาเหตุของการเจ็บไข้ได้ป่วย
    ข้อสี่ ข้อสุดท้ายพระพุทธเจ้าถึงตรัสว่า เป็นไปได้ที่จะป่วยจากกรรม
    การที่เราจะมองออกนะว่า โรคนี้เป็นโรคเวรโรคกรรม
    ดูง่ายๆเลยคือ ไม่สามารถรักษาได้หาย
    ไม่สามารถที่จะไปค้นหาสาเหตุว่ามันมาจากไหน
    เป็นโรคที่แปลกกว่าใครเขา
    หรือว่าไปหาหมอกี่เจ้าๆ เขาก็บอกว่าตรวจดูไม่เห็นไม่มีอะไร
    มันน่าจะเป็นอาการแพ้อย่างนู้น แพ้อย่างนี้
    หรือว่าเป็นอาการทางใจของเราเอง
    แต่เราเองก็บอกว่า อาการทางใจของเราไม่มี
    เอ่อ ไอ้แพ้บางจุด มันมีด้วยเหรออาการทางใจ
    ที่จะไปจี้กันเป็นจุดๆ ให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมา
    นี่แหละตรงนี้นี่แหละนะครับ ที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
    พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเป็นไปได้ที่กรรมจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมา
    สาเหตุ ๔ ประการตรงนี้
    ถ้าเราจะพิจารณาว่าโรคนั้นเป็นโรคเวรโรคกรรม
    ทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุเลาลง
    ส่วนใหญ่เลยนะครับ อันนี้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทั้งหมดนะ
    โรคเวรโรคกรรมจะเกิดมาจากการเบียดเบียนคนอื่น
    ให้ได้รับความเดือดร้อนทางกายทางใจ
    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากเดือดร้อนถึงขึ้นที่จะต้องล้มหมอนนอนเสื่อ
    หรือว่าจะต้องพิกลพิการ อะไรแบบนั้น
    เวลาที่ย้อนกลับมาเผล็ดผล จะทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย
    แบบที่เราไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันมาได้ยังไง
    แล้วก็รักษาก็ไม่หาย
    ทางที่จะทำให้ทุเลาลงตามหลักของพุทธศาสนา
    ก็คือ ไปปล่อยสัตว์ ปล่อยสัตว์ให้มาก 
    ปล่อยในที่นี้ไม่ใช่เอาไปปล่อยตัว สองตัว
    แต่หมายความว่าให้ใจเรามีอาการผูกติดกับชีวิตทานนะ ให้ชีวิตเป็นทาน
    ให้ชีวิตเป็นทานหมายความว่ายังไง
    หมายความว่าเขากำลังจะถูกฆ่าอยู่แล้ว
    หรือว่าเขากำลังจะถูกจองจำให้หมดอิสรภาพ
    เราไปช่วยทำให้ชีวิตของเขา มันยืดต่อออกไป
    หรือทำให้ชีวิตของเขาได้รับอิสรภาพ อะไรแบบนี้มันจะได้ผลแรง
    เพราะว่าพลังของชีวิตที่มันยืดออกไป หรือว่าที่มันเป็นอิสระต่อไปได้
    จะย้อนกลับมาช่วยให้อาการเจ็บป่วย
    ที่เกิดจากกรรมข้อปานาติบาต มันมีอาการทุเลาลงได้ 

    ถ้าหากว่าเราทำบ่อย เราทำจริง แล้วก็ทำมากเป็นเวลาต่อเนื่องนานพอ
    บางคนนี่ทำหลายๆ ปีเลยนะ มันเห็นผลได้ชัดนะครับว่า
    อาการที่แปลกๆ อาการที่หาสาเหตุไม่ได้
    มันบรรเทาเบาบางลง มันรู้สึกดีขึ้น
    คือความรู้สึกเป็นตัวชี้อย่างหนึ่งนะว่ากรรมของเราเบาบางลงหรือยัง
    ถ้าหากว่าความรู้สึกของเราคล้ายๆ กับปลอดโปร่ง
    หรือคล้ายๆ กับอาการทางกาย มันรายงานว่าทุกอย่างดีขึ้น ทุกอย่างมันสบายขึ้น
    ณ ตรงนั้นนะครับ เริ่มที่จะเห็นผลแล้ว
    ถ้าไม่ทดลองบางทีมันจะมองไม่เห็นว่า ไอ้ความรู้สึกที่ว่าเป็นยังไง
    แต่คนที่ทดลอง แล้วก็ตั้งใจทำจริงๆ
    มันจะประจักษ์กับตัวเอง เป็นปัจจัตตัง
    รู้ได้ด้วยตน เห็นได้ด้วยตน รู้สึกได้ด้วยตน
    นอกจากเรื่องของการให้ชีวิตเป็นทานแล้ว
    อีกอันหนึ่งก็คือการตั้งใจที่จะรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ 

    ไม่แม้แต่จะตบยุง ไม่แม้แต่จะบี้มด
    การที่เราตั้งใจอย่างนี้ปุ๊บนี่นะ เดี๋ยวมันจะมีบททดสอบมาเยอะแยะเลย
    เพื่อที่จะดูว่าเราเอาจริงหรือเปล่า หรือว่าเราตั้งใจทำจริงหรือเปล่า
    หรือคิดในอีกแง่หนึ่งก็คือ พอเราตั้งใจปุ๊บ
    ธรรมชาติเขาส่ง เรียกว่าอะไรดี การทำบัตรผ่านว่าจะให้เราเข้าสู่เขตอีกเขตหนึ่ง
    เขตของความปลอดจากการเบียดเบียน
    เขตของการปลอดโปร่งจากความเดือดเนื้อร้อนใจทางปานาติบาต
    ถ้าหากว่าเราทำบัตรผ่านได้ผ่านฉลุยนะครับ
    ส่วนใหญ่มันจะมาในรูปที่ว่า
    ไอ้ที่เคยถูกเบียดเบียนด้วยสัตว์เล็กสัตว์น้อยอะไรเนี่ย มันจะน้อยลง
    คือยังมีอยู่แต่ว่านานๆ ที
    และแต่ละครั้งมันไม่ทำให้เกิดอาการอะไรมากมาย
    ไม่ได้ทำให้เราเดือดเนื้อร้อนใจ
    ถึงขั้นที่จะต้องไปเอาชีวิตกันเหมือนที่ผ่านๆ มานะครับ....Dlitemag.com

    หนังสือแนะนำจาก ดังตฤณ

    เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน ฉบับปฏิรูป สังซื้อ!!!

    เสียดาย... คนตายไม่ได้อ่าน ฉบับปฏิรูป

    หนังสือเล่มนี้อาจเปลี่ยนโลกไม่ทัน แต่มีสิทธิ์เปลี่ยนชีวิตคุณได้
    ก่อนสาย ได้รวมเอาเนื้อหาสำคัญอันน่าทึ่ง โดยการนำเสนอ
    พระไตรปิฏกในรูปย่อให้น่าสนใจ ด้วยการตอบคำถามที่คุณ
    อยากรู้ เพื่อให้คนยุคใหม่เปิดใจรับสุดยอดแห่งสาระสำคัญ
    ในการเกิดมาเป็นมนุษย์กันง่ายขึ้น ถ่ายทอดด้วยสำนวน
    ภาษาอ่านง่าย ให้ข้อคิดอันหลากหลาย ซึ่งคุณสามารถนำมา
    ปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี

    โรคพุ่มพวง มีทางเลือกในการรักษาด้วยสมุนไพรแล้ว!!!


    โรคพุ่มพวง,โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคSLE (Systemic lupus erythematosus, SLE) เป็นโรคภูมิต้านทานตนเองทำลายเนื้อเยื่อตัวเองเกิดการอักเสบเรื้อรัง อาการของโรคจะมีการกำเริบและสงบเป็นระยะ โรคนี้พบได้บ่อยในผู้หญิงอายุน้อย โดยลักษณะพิเศษที่พบในโรคนี้คือการตรวจพบมีแอนติบอดีต่อส่วนประกอบในนิวเคลียสของเซลล์ (antinuclear antibody, ANA) โรคนี้จะมีอาการแสดงของความผิดปกติหลายระบบในร่างกายร่วมกัน เช่น

    • ระบบผิวหนัง
    • ระบบประสาท
    • ระบบหัวใจและหลอดเลือด
    • กล้ามเนื้อและข้อ
    • เม็ดเลือด
    • ไต
    • ระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ

    ดังนั้น ผู้ป่วยโรคSLE จึงมีอาการแสดงทางคลินิกที่หลากหลาย ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีความรุนแรง และพยากรณ์โรคที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับจำนวนอวัยวะ และชนิดของอวัยวะที่มีความผิดปกติ อาการที่ไม่รุนแรง เช่น อาการผื่น ปวดข้อ ไปจนถึงอาการแสดงที่มีความรุนแรงถึงชีวิต เช่น ไตอักเสบ การดำเนินโรคในโรค SLE นั้น ส่วนใหญ่จะมีช่วงเวลาที่โรคกำเริบ และช่วงเวลาที่โรคสงบสลับกัน โดยอาการขระกำเริบนั้นมีความแตกต่างกันระหว่างบุคคล การให้การดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละราย ขณะที่มีอาการกำเริบแตกต่างกัน นอกจากนี้การดูแลรักษาผู้ป่วยโรค SLE ไม่ได้จำกัดเพียงการรักษา ขณะที่ผู้ป่วยมีอาการกำเริบเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการวางแผนการรักษาโรคในระยะยาวเพื่อป้องกันการกำเริบ และภาวะแทรกซ้อนทั้งจากตัวโรคและจากการรักษาโรคร่วมกับการติดตามผู้ป่วยที่เหมาะสม

    ผู้ป่วย SLE รักษาไม่หายแต่สามารถมีคุณภาพีชีวิตใกล้เคียงคนปกติ ผู้ป่วยต้องทราบว่าโรคนี้จะมีบางช่วงที่ปราศจากอาการเรียก remission บางช่วงก็มีระยะที่เกิดโรคกำเริบเรียก flares ผู้ป่วยต้องเรียนรู้วิธีป้องกันโรคกำเริบและรู้วิธีรักษาโรคนี้มักจะเป็นในผู้หญิงแต่ไม่เป็นกรรมพันธุ์ โรค SLE มีได้หลายลักษณะดังนี้
    • Systemic lupus erythematosus (SLE) หมายถึงโรคที่มีการทำอักเสบและมีการทำลายเนื้อเยื่อหลายอวัยวะ เช่น ผิวหนัง ไต ข้อ หัวใจ
    • Discoid lupus erythematosus โรคที่เป็นเฉพาะผิวหนังโดยเฉพาะบริเวณหน้า หนังศีรษะ ผู้ป่วยจำนวนไม่มากที่เปลี่ยนไปเป็น SLE
    • Drug-induced lupus เป็นกลุ่มโรคที่มีอาการเหมือน SLE เช่น มีผื่น ข้ออักเสบ มีไข้ แต่ไม่เป็นโรคไต เมื่อหยุดยาอาการต่างๆจะหายไป
    • Neonatal lupus ทารกที่เกิดจากแม่ที่เป็น SLE พบน้อยมาก

    โรคSLEมีความรุนแรงแต่ละคนไม่เท่ากัน และสามารถเกิดอวัยวะได้หลายอวัยวะ เช่น
    • อาการทั่วไปได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดข้อ น้ำหนักลด
    • อาการทางข้อ ได้แก่ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ข้ออักเสบ
    • อาการทางผิวหนัง ได้แก่ ผื่นที่หน้า แพ้แสง
    • อาการทางระบบประสาท ได้แก่ ชัก หรือมีอาการทางจิตเวช
    • อาการทางโรคเลือด ได้แก่ซีด เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ
    • อาการทางโรคไต ไตรั่ว โรคไตวาย
    • อาการทางโรคหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
    • อาการทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง
    อาการที่สำคัญของโรคได้แก่ มีไข้ ปวดข้อ และมีผื่น

    เนื่องจากความรุนแรงของโรคในแต่ละคนไม่เท่ากัน และอาการแต่ละระบบก็มีความรุนแรงต่างกันและอาการแสดงไม่พร้อมกัน ทำให้การวินิจฉัยโรคมีความไม่แน่นอน จึงต้องวินิจฉายตามเกณฑ์ซึ่งต้องอาศัยประวัติ การตรวจร่างกายพบผื่น ข้ออักเสบ แพ้แสง และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

    โรคSLEจะเป็นๆหายๆ และมีการกำเริบ หลักสำคัญการรักษาโรคSLEคือการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการกำเริบ การรักษาแบ่งออกเป็นการชักนำเพื่อให้โรคสงลโดยเร็วเพื่อป้องกันไตเสื่อม เมื่อโรคสงบแล้วจะต้องป้องกันมิให้โรคกำเริบ การรักษาแบ่งออกเป็นการดูแลตัวเอง และการใช้ยา

    โรคSLEเป็นโรคที่กระทบกับอวัยวะหลายอวัยวะและหลายระบบ การป้องกันโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากตัวโรคเอง เช่นไตวาย ซีด เกล็ดเลือดต่ำ โรคทางระบบประสาท รวมทั้งโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากยากดภูมิ เช่นการติดเชื้อฉวยโอกาศ เช่น วัณโรค โรคพยาธิ์ นอกจากนั้นยังต้องป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้จะเสี่ยงต่อการเกิดโรค

    คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย SLE
    แม้ว่าอาการของโรค SLE จะมีมากและผลข้างเคียงของยาจะมีมากแต่ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขได้ หากเรียนรู้ถึงอาการเตือนของการกำเริบของโรค  และสามารถรู้ถึงวิธีป้องกันโรค ผู้ป่วยควรไดัรับการตรวจจากแพทย์อย่างสม่ำเสมอโดยการตรวจร่างกาย และตรวจเลือด ไม่ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเนื่องจากการรักษาแต่เริ่มแรก จะให้ผลการรักษาได้ผลดีกว่าการรักษาเมื่อโรคเป็นมากแล้ว
    ผู้ป่วย SLE ควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีเช่น การตรวจเต้านม การตรวจภายใน การตรวจสุขภาพช่องปาก และการฉีดวัคซีน ผู้ป่วยที่รับประทานยา steroid หรือยารักษามาลาเรียควรได้รับการตรวจตาทุกปี
    สัญญาณเตือนภัย
    • อ่อนเพลีย Increased fatigue 
    • ปวดข้อ Pain 
    • ผื่น Rash 
    • ไข้ Fever 
    • แน่นท้อง Stomach discomfort 
    •  ปวดศีรษะ Headache 
    •  มึนงง Dizziness
    การป้องกันการกำเริบ
    • ต้องเรียนรู้สัญญาณเตือนภัย
    • ต้องตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
    • ตั้งเป้าหมายการรักษา
    • ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดด
    • รักษาสุขภาพให้ดีและคุมอาหาร
    • หลีกเลี่ยงความเครียด
    • ต้องมีเวลาผักผ่อนเพียงพอ
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    สรุป
    Sirikhan ชนบทญี่ปุ่น Youtube

    โรค SLE นั้นเป็นโรคเรื้อรังที่มีความหลากหลายของอาการ และอาการแสดง แพทย์ควรมีความรู้ ความเข้าใจในการวินิจฉัย การประเมินอวัยวะที่มีอาการ ระดับการกำเริบของโรค อวัยวะที่สูญเสียหน้าที่ไปแล้ว ภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้น ภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกชนิดการรักษา โดยคำนึงถึงการรักษาที่พอเพียงที่จะควบคุมโรคได้ มีผลแทรกซ้อนในระยะสั้นและระยะยาวน้อยที่สุด เนื่องจากการรักษาโรค SLE มีระยะการรักษาโรคยาวนาน ดังนั้น นอกจากการรักษาตัวโรคแล้วยังควรให้การรักษาป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว และควรให้ความสำคัญต่อการให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยถึงแนวทางการรักษา แนวทางการปฏิบัติตนซึ่งจะนำไปสู่ผลการรักษาที่ดีในระยะยาว

    การวินิจฉัยโรค
    การวินิจฉัยโรคโรคพุ่มพวง,โรคเอสแอลอี จะต้องอาศัยประวัติการเจ็บป่วย และผลตรวจเลือด การวินิจฉัยจะอาศัยเกณฑ์การวินิจฉัยเพื่อให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น เกณฑ์การวินิจฉัย(ตาม American College of Rheumatology (ACR) criteria ) จะมีความไว 85% และความแม่นยำ 95% เกณฑ์ดังกล่าวได้แก่
    • เยื่อหุ้มปอด หรือหัวใจ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
    • แผลในปาก
    • ข้ออักเสบ
    • แพ้แสง
    • ความผิดปกติของเลือด
    • มีภาวะทางไต
    • ตรวจเลือดพบ Antinuclear antibodies
    • ตรวจทางภูมิคุ้มกัน (eg, dsDNA; anti-Smith [Sm] antibodies)
    • มีความผิดปกติทางระบบประสาท
    • ผื่นที่หน้า
    • ผื่น Discoid rash
    เกณฑ์การวินิจฉัยต้องใช้ 4 ใน 11 ข้อ
    การตรวจเลือด
    การตรวจทั่วๆไป
    • การตรวจความสมบูรณืของเม็ดเลือด CBC
    • การตรวจการทำงานของไต Serum creatinine
    • การตรวจปัสสาวะ Urinalysis
    การตรวจอื่นๆ
    • ESR or CRP results
    • Complement levels
    • การตรวจการทำงานของตับ Liver function tests
    • Creatine kinase assay
    • Spot protein/spot creatinine ratio
    • Autoantibody tests
    การตรวจทางรังสี
    • การตรวจรังสีของข้อ
    • การตรวจรังสีปอด Chest radiography and chest CT scanning
    • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหัวใจ Echocardiography
    • การตรวจ MRI/ MRA สมอง
    • การตรวจ Cardiac MRI
    การตรวจพิเศษ
    ผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องมีการตรวจพิเศษเช่น
    • การเจาะเข่าในกรณีที่มีการอักเสบของเข่า
    • การเจาะน้ำไขสันหลัง
    • การตัดชิ้นเนื้อไต
    การดูแลรักษาผู้ป่วย
    การดูแลผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกันขึ้นกับความรุนแรง และอาการแสดงออก
    การใช้ยารักษาได้แก่
    • Biologic DMARDs (disease-modifying antirheumatic drugs): Belimumab, rituximab, IV immune globulin
    • Nonbiologic DMARDS: Cyclophosphamide, methotrexate, azathioprine, mycophenolate, cyclosporine
    • ยากลุ่ม Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDS; eg, ibuprofen, naproxen, diclofenac)
    • ยากลุ่ม Corticosteroids (eg, methylprednisolone, prednisone)
    • ยารักษามาลาเรีย Antimalarials (eg, hydroxychloroquine)...-ข้อมูลจาก Siamhealth.net

    สมุนไพรคือแพทย์ทางเลือก...เครื่องดื่มสมุนไพรคาวตอง นาคาแลนด์ สารสกัดเข้มข้นพลูคาวถึง95% โครงการวิจัยของคณาจารย์ภาพวิชาจุลชีววิทยาคณะแพทย์ศาสตร์ - สมุนไพรคาวตองนอกจากจะได้รับคุณสมบัติตัวยาประมาณ 200 ชนิดแล้ว เมื่อผ่านกระบวนการหมักเป็นจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส ผลิตกรดแลคติคอันเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ จะช่วยเสริมสร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ รวมทั้งเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน สามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอม และขับสารพิษจากการวิจัยคาวตองสามารถต้านไวรัส ต้านเชื้อรา ต้านแบคทีเรีย และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันรักษาโรคผิวหนังทุกชนิด ทั้งนี้ต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องเท่านั้น...จาก สัญญา youtube


    Piroxicam ทำให้เกิด Side effect ต่อผิวหนัง (toxic epidermal necrolysis) ได้!!!



    ขอขอบคุณข้อมูลจาก เภสัชกรอุดม รินคำ

    ...มีข้อมูลที่เป็นกรณีศึกษาบางอย่าง ที่นำเสนอเป็นภาพก่อนหลังจะเห็นความแตกต่างในทางที่ดีขึ้นได้ดีกว่าการเขียนบรรยายเป็นตัวหนังสือ เช่นแผลเรื้อรัง แผลเบาหวาน แผลเป็นฯ แต่กฎระเบียบของทางการ ก็ไม่ยอมให้ทำได้แม้ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยเราน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับเก่าๆเพื่อให้ทันสมัย ทันชาวโลกขึ้น ผมเองได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับองค์กรแพทย์ที่เรียกตัวเองว่า สมาคมแพทย์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่กองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร กับ ผอ.กองฯ ได้รับแนวคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีจิตเป็นสาธารณะว่า ประเทศเราจะแก้ไขกฎหมายให้มีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่มากกว่าจะระวังในสิ่งเล็กๆน้อยๆ อันจะส่งผลไปริดรอนสิทธิของคนส่วนใญ่เสียที ยกตัวอย่าง สารสกัดกัญชาที่มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์มากมาย ก็ต้องทำให้ได้ ไม่ควรกลัวว่าใครบางคนจะไปแสวงหาประโยชน์ในทางที่ผิด................เคสผู้ป่วยเส้นเลือดขอดรายที่
    ผมจะนำเสนอในวันนี้ ไปซื้อครีมทาเส้นเลือดขอดกระปุกละเกือบ 3 พันบาทมาทาเพียงต้องการความสวยงามที่ขา แต่หมดเงินไปหลายหมื่นอาการก็ไม่ดีขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงหากทาครีมแล้วเส้นเลือดขอดลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่า เส้นเลือดที่อาจขอดในอวัยวะภายในร่างกายอาจไม่หาย รอวันทำร้ายร่างกายก็ได้ เช่นอาจมีเส้นเลือดขอดที่สมอง หัวใจ ตับฯ มากมายในลักษณะที่เกิดขึ้นที่ขา ก็มีอยูเป็นต้น การกินสารสกัดคาวตองฯหรือพลูคาวฯที่ผมนำเสนอเป็นภาพให้เห็นนี้ อาจทำให้เส้นเลือดขอดในอวัยวะสำคัญที่กล่าวมาดีขึ้นก็ได้ ซึ่งกรณีศึกษาแบบนี้ จะเป็นทรัพยากรทางการแพทย์ที่จะนำไปวิจัยในอนาคต เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อๆไป อย่างยั่งยืนครับ

    Piroxicam ทำให้เกิด Side effect ต่อผิวหนัง (toxic epidermal necrolysis) ได้ แต่คนนี้แพ้เร็วมาก เขาบอกว่า พอทา Piroxicam gel จะเกิดอาการทันที รักษาอาการแพ้อย่างไรก็ไม่หาย เป็นมานาน เขาได้คาวตองฯผมไปกินเพียง 20 เม็ด โดยกินครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 เวลา เช้า-เย็น รวม 2 วัน หลังจากนั้นก็กลัวคาวตองที่ให้ไปหมด เลยลดขนาดลงเหลือครั้งละ 1 เม็ด เช้า-เย็น กินไป 10 วัน ผิวก็กลับเป็นปกติครับ

    --------------------------------------------------------------------------------------

    พิเศษ แพ้คคู่ เพียง 1370 บาท สั่งซื้อ!!!
    จากราคาเต็ม 2,400 บาท

    KNC CLOWTONG PLUS 2 แคปซูลคาวตองและสารสกัด พลัส 2 

    อย. เลขที่ 71-1-44242-1-0071

    ชนิดกระปุก 90 แคปซูล 2 กระปุก


    • • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และเสริมสร้างสมรรถภาพทำให้ร่างกายแข็งแรง

    • • ช่วยชะลอความแก่ ทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใสอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ

    • • มีผลการวิจัยในการช่วยทำลายเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ช่วยในกระบวนการขับสารพิษของร่างกาย

    • • ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันบำบัดโรคร้าย เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

    • • ช่วยทำลายเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา บำบัดการอักเสบ และภาวะน้ำเหลืองเสียในร่างกาย

    • • มีความโดดเด่นในสรรพคุณทางด้านการบำบัดฟื้นฟูร่างกายของสมุนไพรธรรมชาติ 100 %

    • • ทำให้ผู้ใช้มั่นใจว่าจะมีสุขภาพดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพ ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ
    ผลิตภัณฑ์ KNC CLOWTONG PLUS 2 แคปซูลคาวตองและสารสกัด พลัส 2 ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิค) ปลอดภัยจากสารเคมี 100 % เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ และผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพแล้ว เช่น ผู้ที่มีโรค และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในกลุ่มที่สำคัญ เช่น โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ โรคเสื่อมทางด้านสมรรถภาพ โรคภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โรคทางด้านหลอดเลือดและหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ผู้ที่มักมีอาการผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายอันเนื่องมาจาก เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ทำให้มีอาการตกขาวของอวัยวะสืบพันธุ์ในผู้หญิง อาการเป็นหวัดบ่อย หรือเป็นไข้บ่อย อาการแพ้ผื่นคันที่ผิวหนังและอวัยวะภายในร่างกาย ภาวะน้ำเหลืองเสีย และอื่น ๆ เป็นต้น

    การใช้ผลิตภัณฑ์ KNC CLOWTONG PLUS 2 จึงนับเป็นวิธีการดูแลสุขภาพที่ดีอีกวิธีหนึ่ง ที่คุ้มค่า ประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดูแลสุขภาพ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้ดีในระยะยาว  หากกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในกลุ่มคาวตอง หรือ พลูคาว โปรดมอบความไว้วางใจให้ผลิตภัณฑ์ KNC CLOWTONG PLUS 2 ดูแลสุขภาพคุณและคนที่คุณรัก ได้รับเครื่องหมายรับรองคุณภาพ อย. เลขที่ 71-1-44242-1-0071

    คาวตอง หรือ พลูคาว ต่อต้านมะเร็ง ภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น...!!!

    คาวตอง หรือ พลูคาว


    คาวตองนาคาแลนด์ Kaotong Nakaland
    ต่อต้านมะเร็ง ภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น ลดภูมิแพ้ หอบหืด ควบคุมเบาหวานได้ สะเก็ดเงิน ริดสีดวง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นกระบวนการย่อยอาหาร ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ดื่มง่าย รสชาติอร่อยมาก สนใจสั่ง Online จากห้างที่ใหญ่ และ น่าเชื่อถือที่สุดในเอเซีย เพียงคลิ๊กที่นี้!!!
    อย.เลขที่ 13-2-01753-2-0023



    รายละเอียดสินค้า คาวตอง คาวตองนาคาแลนด์ Kaotong Nakaland ต่อต้านมะเร็ง ภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น ลดภูมิแพ้ หอบหืด ควบคุมเบาหวานได้ สะเก็ดเงิน ริดสีดวง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นกระบวนการย่อยอาหาร ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ดื่มง่าย รสชาติอร่อยมาก

    • ช่วยรักษาความสมดุลของระดับความดันโลหิต
    • ช่วยบรรเทาอาการโรคมะเร็ง
    • ช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวาน
    • สมุนไพรแท้ 100%
    • ช่วยบรรเทาอาการความดัน


    สมุนไพรคาวตองกับภูมิคุ้มกันโรค
    - ช่วยปรับสมดุลของภูมิคุ้มกันโรคในร่างกาย บำบัดอาการไอ อักเสบในโพรงจมูก หวัดเรื้อรัง ทำให้โรคที่เกิดจากปัญหาระบบภูมิคุ้มกันสามารถบรรเทาอาการลงได้

    - สมุนไพรพลูคาว กับการทำลายเซลล์มะเร็ง ช่วยลดอัตราการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งให้ช้าลง และระงับการแพร่กระจาย หรือลุกลามของโรค ซึ่งถ้าโรคมะเร็งมีการลุกลามเร็ว จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว และอาจถึงชีวิตได้ในที่สุด

    - สมุนไพรพลูคาวกับการอักเสบ สมุนไพรพลูคาวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบต่างๆ โดยการไปยับยั้ง การซึมผ่านของของเหลวในเส้นเลือดฝอย หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ปวดฟัน ขับปัสสาวะ

    สมุนไพรคาวตองกับการฟื้นฟูโรคอื่นๆ ได้แก่
    - ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 
    - ช่วยรักษาความสมดุลของระดับความดันโลหิต
    - ฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น 
    - ช่วยรักษาความสมดุลของระดับความดันโลหิต
    - ฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น
    - ลดการเกิดโรคหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดหัวใจ และ สมอง
    - มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น 

    ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพลูคาว

    สมุนไพรพลูคาวเกี่ยวกับโรคมะเร็ง

    โรคมะเร็งเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรง เกิดจากเซลล์สูญเสียคุณสมบัติที่เรียกว่า Contact Inhibition ทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ก้อนใหญ่ เรียกว่า “เนื้องอก” สามารถแพร่กระจาย (Metastasis) ไปยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ ระยะแรกมักไม่แสดงอาการเจ็บปวด เมื่อมะเร็งโตขึ้น ร่างกายจะทรุดโทรมจนถึงแก่ชีวิตได้

    1. ฤทธิ์การทำลายเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด คือ เซลล์มะเร็งปอด (HUMANLONG DADNOCARCINOMA) ,เซลล์มะเร็งรังไข่ (HUMAN OVARIAN ADENOCARCINOMA), เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้ายในสมอง (HUMAN CNS CARCINOMA),เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (HUMAN COLON ADENOCARCINOMA) และเซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์

    2. ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว (LEUKEMIC CALL LINES)

    3. ฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็งอื่นๆ

    สมุนไพรพลูคาวกับไวรัส

    โรคที่เกิดจากไวรัสแบ่งเป็นการติดเชื้อ 3แบบคือ

    1. โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเฉียบพลัน เช่นไข้ทรพิษ, หัด, หัดเยอรมัน, หวัด, ตาอักเสบ เป็นต้น

    2. โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเป็นๆหายๆ เช่น เริม งูสวัด เป็นต้น

    3. โรคที่เกิดจากไวรัสที่มีอาการเรื้อรัง เช่น HIV โรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น

    สมุนไพรพลูคาวสามารถยับยั้ง การเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส POLLOVIRUS AND COXSACKIEVIRUS โรค ที่เกิดจากไวรัสในไก่ โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง เช่นหวัด ไข้หวัดนก คางทูม ต่อมทอลซินอักเสบ และปอดอักเสบในเด็ก

    สมุนไพรพลูคาวกับเชื้อรา

    รา เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งแบ่งเป็น2กลุ่ม คือ เซลล์เดียวหรือยีสต์ UNICELLULAR FUNGI OR TEAST และเซลล์หลายเซลล์หรือโมลด์ FILAMENTOUS FUNGI OR MOLD ราเป็นสาเหตุของโรคที่เกิดกับผิวหนัง สมุนไพรพลูคาวสามารถรักษา กลาก เกลื้อน สังคัง ฮ่องกงฟุต สะเก็ดเงิน โรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา CRYPTOCOCCUS NEOFORMANS

    สมุนไพรพลูคาวกับแบคทีเรีย

    โรค ที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียมีหลากหลายแตกต่างกัน ตามชนิดของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรค และขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดการติดเชื้อ สมุนไพร พลูคาวสามารถป้องกัน อาการท้องเดิน ท้องเสีย ท้องเดินปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อทางเดินหายใจ ฝี โรคทางเดินอาหาร โรคปริทันต์ โรคในระบบสืบพันธุ์ โรคติดเชื้อในช่องปาก สิว โรคผิวหนัง กลาก ขี้เรื้อนกวาง

    สมุนไพรพลูคาวกับการอักเสบ ANTI-INFLAMMATION

    สมุนไพร พลูคาวมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยยับยั้งการซึมผ่านเส้นเลือดฝอยของของเหลว หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ ไฟไหม้น้ำร้อนลวก ปวดฟัน ขับปัสสาวะ DIUERTIC ACTIVITY

    สมุนไพรพลูคาวกับภูมิคุ้มกัน

    ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันโรค หรือมีความต้านทานโรค ไม่ให้โรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย สมุนไพรพลูคาวช่วยบำบัดอาการไอ จาม อักเสบ หอบหืด ATOPIC ECZEMA โรคหวัดเรื้อรัง โรคข้ออักเสบ รูมาตอยต์ โรคข้ออักเสบ HIV มะเร็ง ผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน

    สมุนไพรพลูคาวกับโรคอื่นๆ

    เบาหวาน ตับอักเสบ ตับแข็ง ไตอักเสบ เนื้อปอดพองลม ปวดขัดเบา ลดไข้ ขจัดสารพิษ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคผิวหนังโรคติดเชื้อต่าง ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด โพรงจมูกอักเสบ ควบคุมระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้เร็วขึ้น


    อย.เลขที่ 13-2-01753-2-0023