Friday, July 6, 2018

การปลูกผม นวัตกรรมเภสัชสมัยใหม่ ด้วยสมุนไพรแท้ Organic100%!!!





ถูกที่สุดในประเทศไทย!!! ราคาพิเศษ 468 บาท 
จาก 660 บาท สั่งซื้อ!!!

 Neo Hair Lotion นีโอแฮร์โลชั่น สเปรย์ปลูกผมและบำรุงรากผม neo hair

  • นีโอแฮร์ โลชั่น สเปรย์ปลูกผม และ บำรุงรากผมปลูกผม ปลูกคิ้ว ปลูกหนวดแก้ผมบาง สร้างผมใหม่ ปลอดภัย100% ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ
  • ++Neo Hair Lotion++
  • ++ ปลูกผมขึ้นจริง เห็นผลอย่างรวดเร็ว
  • ++ แก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านอย่างได้ผล
  • ++ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
  • ++ ช่วยช่อมแซม เส้นผม และรากผม
  • ++ บำรุงเส้นผม รากผม ช่วยให้ผมนุ่มสลวย เงางาม
  • ++ ปลอดภัย ไม่มีสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย

VDO รีวิว การใช้โดยคุณวิโรจน์


  • ราคาขวดละ 468 บาท (ราคาปกติ 660 บาท) สั่งซื้อได้เลย เพียงคลิ๊ก!!!
  • บริการส่งถึงมือลูกค้าฟรี! ผ่าน Kerry Express
  • มีบริการชำระเงินปลายทาง ส่งสินค้าวันจันทร์ถึงเสาร์ 14.00 น. พร้อมเก็บเงินปลายทาง (ยกเว้นวันอาทิตย์ และวันหยุดพิเศษต่างๆ)

-----------------------------------------------------------------




++รายละเอียดสินค้า++

+++ บรรจุขวดละ ่120 ซีซี (ใช้ได้ประมาณ 1 เดือน)+++ ของแท้100% จาก บริษัทกรีนเวลท์ เฮลท์ แคร์ จำกัด+++ ไม่ใช่ของลดล้างสต็อค เป็นของใหม่ล่าสุด+++ สินค้าผลิตปี 2018 ทุกขวด
+++ หมายเลขจดแจ้ง อย. เลขที่ 73-1-5700066
+++ ผ่านมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)
+++ Shop SKU :223107496_TH-340428172


------------------------------------------



++สรรพคุณ Neo Hair Lotion++


นีโอแฮร์ โลชั่น สเปรย์ปลูกผม และบำรุงรากผม ป้องกันผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จากหลายสาเหตุ รวมถึงจากพันธุกรรม โดยใช้หลักการกระตุ้นเซลล์ ช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผม ลดการเกิดรังแค ช่วยให้เส้นผม รากผม และหนังศีรษะแข็งแรงขึ้น

++ส่วนผสมของ นีโอแฮร์ โลชั่น สกัดมาจาก
สมุนไพรธรรมชาติหลากหลายชนิด เช่น
สารสกัดจากโสมขาว, สารสกัดจากปาล์มใบเลื่อย,สารสกัดจากแคนตาลูป, แฮร์ทรีทเมนท์แว็กซ จากมะพร้าวและน้ำผึ้งป่า ซึ่งต่างมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบนหนังศีรษะ ช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรง ช่วยฟื้นฟู และสร้างเซลผมใหม่ ลดความมันของหนังศีรษะ ลดอาการหลุดร่วงของเส้นผม และมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้อย่างสูงสุด

++นีโอแฮร์ โลชั่น ใช้ได้ผลทั้งชาย และหญิง
เจ้าแรกในประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ในราคาย่อมเยาว์สมเหตุสมผล ได้รับการยอมรับในคุณภาพจากผู้ใช้ทั้งใน และต่างประเทศ และมีผู้ใช้ นีโอแฮร์ เพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง

----------------------------------------------


ภาพจากผู้ใช้จริง!!!
++Neo Hair Lotion++
++ ปลูกผมขึ้นจริง เห็นผลอย่างรวดเร็ว
++ แก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านอย่างได้ผล
++ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
++ ช่วยช่อมแซม เส้นผม และรากผม
++ บำรุงเส้นผม รากผม ช่วยให้ผมนุ่มสลวย เงางาม
++ ปลอดภัย ไม่มีสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย

----------------------------------------------

++ขั้นตอนการใช้ Neo Hair Lotion++

1. นวดกระตุ้นหนังศีรษะ ด้วยนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
ทั้งสองมือ ประมาณ 6-7 ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้บริเวณ
หนังศีรษะตื่นตัว

2. ฉีดสเปรย์ นีโอแฮร์ โลชั่น ให้ทั่วบริเวณ และนวดศีรษะอีกครั้ง ปล่อยให้แห้งธรรมชาติ ไม่ต้องล้างน้ำออก
3. เพื่อให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว และชัดเจน ควรใช้
อย่างสม่ำเสมอ
4. ควรใช้นีโอแฮร์อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 2-3 ขวดขึ้นไป
5. ควรเปลี่ยนใช้แชมพูที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะและรากผม สั่งซื้อแชมพูเด็กราคาถูก!
ุ6. ควรงดทำสี หรือ ย้อมผม เพราะสารเคมีจากยาย้อมผม มีฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของนีโอแฮร์ โลชั่น

----------------------------------------------


VDO ของ พล.ต.ต.นายแพทย์ไพบูลย์ มะระพฤกษ์วรรณ ให้ความรู้ปัญหาผมร่วง


----------------------------------------------


ถูกที่สุดในประเทศไทย!!! ราคาพิเศษ 468 บาท 
จาก 660 บาท สั่งซื้อ!!!

++ผลลัพท์ที่ได้ อาจแตกต่างกัน++

โดยปกติหลังจากใช้นีโอแฮร์ไปแล้วประมาณ 2-3 ขวด
ผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นมาให้ได้เห็น รากผมใหม่จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และเส้นผมใหม่จะสุขภาพที่แข็งแรงกว่าผมเดิม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบกัน
เช่น การตอบสนองต่อตัวยาของแต่ละบุคคล, วินัยความสม่ำเสมอ และต่อเนื่องในการใช้งาน, รวมถึงการใช้งานอย่างถูกวิธีด้วย

มาดูภาพรีวิวส่วนหนึ่งของผู้ใช้ซึ่งมีอีกมากมาย จึงรับรองคุณภาพ ถือเป็นโชคดีของคนไทยโดยแท้

11 ลักษณะ บุคลิกภาพที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ

บุคลิกภาพที่ดีมีความสำคัญมากสามารถก่อให้เกิดความสำเร็จได้ในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นในการทำงานในอาชีพต่างๆ การใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนหนังสือ การศึกษาหาความรู้ เรียกได้ว่าใช้กับทุกเรื่อง เราจึงควรมาสร้างบุคลิกภาพที่ดี บุคลิกภาพที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ให้กับตนเองกันดีกว่า  ซึ่งก็มีอยู่หลายประการดังจะได้กล่าวต่อไปดังนี้ 


1.หน้าตา ยิ้มแย้มแจ่มใส


ใครเห็นก็บอกว่าอัธยาศัยดี น่าคบหาสมาคมด้วย ตรงกันข้ามฝีหน้าออกมาแบบบุญบอกไม่รับ  ก็จบกันตั้งแต่แรกเห็นแล้ว ถ้าทำงานเป็นพนักงานต้อนรับก็ไม่มีใครอยากเดินผ่านเข้ามาให้บริการ  ทำงานด้านนี้ไม่ก้าวหน้าอย่างแน่  ถ้าเป็นผู้บริหารก็เรียกว่าเชาว์อารมณ์ค่อนข้างแย่ ทำให้เสียบุคลิกภาพ  ลูกน้องเห็นก็ไม่อยากเข้าใกล้ พาลไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน ดังนั้นเพื่อธุรกิจที่ก้าวไกล สิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องมีก็คือใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา เพราะอย่างไรก็คงไม่มีใครอยากใช้บริการหรือทำงานร่วมกับคนที่เอาแต่เคร่งเครียดและใช้อารมณ์อยู่ตลอดเวลาหรอกจริงไหม

 2.การแต่งกาย


นี่ทำสิ่งที่จะปรากฏให้ผู้อื่นเห็นตั้งแต่แรกพบ  ที่จะทำให้ผู้อื่นประทับใจอย่างมากได้  ถ้าแต่งกายอย่างดี ถูกกาลเทศะ มีความสะอาดเรียบร้อย ดูดีไปหมด เรียกว่าเนี้ยบเลนทีเดียว  ถ้าไปสมัครงาน  เราแต่งกายไม่เรียบร้อย  คนที่จะสัมภาษณ์งานเราจะตำหนิในใจว่ามาสมัครยังไม่เคารพสถานที่เลย  ถ้ารับเข้ามาทำงานแล้วคงไปกันใหญ่  บริษัทนั้นไม่รับแน่นอน  ถ้าแต่งกายเรียบร้อยดีก็จะมีโอกาสมากกว่า เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานทำ หรือทำงานเป็นพนักงานต้อนรับ พนักงานบริษัท ผู้บริหารอยู่แล้ว ก็ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย อย่าลืมว่าการแต่งกายที่เรียบร้อยจะทำให้
คุณมีชัยไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว

 3.ความรู้

เป็นสิ่งที่ทำให้เราดูดี ช่วยเสริมในเรื่องบุคลิกอย่างต่อเนื่อง  เมื่อผู้ที่ได้เข้ามาพูดคุยกับเรา  ก็มีความรู้สึกว่าคุยกับคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นที่น่าเสื่อมใส ทำงานอาชีพใดก็จะมีความก้าวหน้าเพราะมีความรู้ความสามารถมากกว่าผู้อื่น  และความรู้จะทำให้เรามีความมั่นใจในการทำสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ใส่ใจไฝ่หาความรู้ นอกจากนี้การมีความรู้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย เพราะผู้ที่มีความรู้ จะสามารถบริหารจัดการงานได้ดีกว่าผู้ที่ขาดความรู้นั่นเอง

4.การสื่อสารพูดคุย

เป็นการสัมผัสบุคลิกภาพในความมีมารยาทสำหรับการสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ ที่การพูดคุยให้เป็นไปด้วยดี  ทั้งระดับน้ำเสียง พูดมีสาระ พูดแบบเป็นกันเอง หรือการพูดคุยล้อเล่น ก็ตามสถานการณ์ที่แตกต่างการ ไม่ใช่จะพูดอย่างเดียวโดยไม่ให้จังหวะผู้อื่นพูดบ้าง และเราเป็นคนฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง

5.ความมั่นใจในตนเอง

จะทำให้มีบุคลิกที่เป็นผู้นำได้ดีกว่าผู้ที่ไม่มีความมั่นใจในตนเอง  ความมั่นใจส่งผลให้มีความสำเร็จในด้านต่างๆ    ความมั่นใจทำให้บุคลิกภาพของเราดูนำเกรงข่าม ดูเป็นคนน่าเชื่อถือ  และยังสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดายมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมเติมความมั่นใจให้กับตนเอง เพื่อการก้าวหน้าสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานกันด้วย

 6.มองโลกในแง่ดี คิดแต่ด้านบวก

เป็นบุคลิกที่ผู้อื่นชื่นชอบ อยากเข้ามาปรึกษา เพราะจะได้รับคำตอบที่เป็นในแง่บวกอยู่ตลอด สามารถนำความคิดแก้ปัญหาได้ดี ถ้าเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย  คิดแต่ด้านลบ จะทำอะไรก็จะไม่มีความสำเร็จ เพราะในจิตใจมีแต่คิดด้านลบ

7.อ่อนน้อมถ่อมตน

 เป็นบุคลิกที่สังคมไทยส่วนใหญ่ให้การยอมรับ  ยิ่งถ้าเป็นผู้น้อยด้วยแล้วต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนกับผู้หลักผู้ใหญ่  ผลก็คือจะได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่ เป็นผลให้ได้รับความอุปการะ และผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือเมื่อเราเดือดร้อน

8.มีศีลธรรม

 นำความเหลื่อมใสศรัทธามาสู่ผู้ที่มีศีลธรรมประจำใจ  ผู้ใดที่ได้เข้ามาสัมผัสกับเราจะมีความไว้อกไว้ใจ  เพราะศีลธรรม บ่งบอกถึงว่าเราเป็นผู้มีธรรมะเป็นที่ตั้ง น่านับถือ

9.สุขภาพ

 การมีสุขภาพร่างกายที่ดี  จะเป็นพื้นฐาน  สามารถทำอะไรในการดำรงชีวิตอย่างมั่นใจ ส่งผลให้จิตใจแจ่มใส  ทำให้มีบุคลิกภาพที่ดูดี  ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

10.การพักผ่อน  

จะทำให้ร่างกายของเราดูไม่เหน็ดเหนื่อย  ไม่เคร่งเครียดถ้าพักผ่อนพอเพียงจะส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง  ทำให้ร่างกายแข็งแรง  ทำหน้าที่การงานได้ต่อไป เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่ทำงานจนลืมที่จะพักผ่อนกันด้วยล่ะ ยิ่งพักผ่อนอย่างเพียงพอมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีโอกาสในการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากเท่านั้น

 11.ครอบครัว

 แบ่งเวลาให้ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลย  เพราะครอบครัวมีส่วนช่วยเสริมในเรื่องบุคลิกภาพในด้านจิตวิทยาอย่างมาก  ครอบครัวเหมือนเป็นทุกอย่าง ทั้งกำลังใจเมื่อหมดหวัง  เป็นที่ปรึกษาที่ดีที่สุด  ช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นไม่รู้  ครอบครัวจึงเป็นพลังสำคัญต่อชีวิต  และบุคลิกภาพของเรา

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นคือสิ่งสำคัญในการสร้างบุคลิกภาพของท่านให้ดูดี  ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่อง  ท่านควรปฏิบัติตามที่กล่าวมาให้ได้ทุกข้อ หรือทำให้ได้มากที่สุด  เพื่อความสำเร็จของตัวท่านเอง  และเป็นการไม่อย่างเลยที่ท่านจะปฏิบัติตาม  เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคนส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามที่กล่าวมาไว้อย่างครบถ้วน
















ถูกที่สุดในประเทศไทย!!! ราคาพิเศษ 468 บาท 
จาก 660 บาท สั่งซื้อ!!!


จาก http://2travel4.blogspot.com/2018/07/organic100.html
สมุนไพรปลูกผม Pantip  สมุนไพรปลูกผม อินเดีย 19 

สนับสนุนข้อมูลโดย...เมล็ดพืช Seeds หมามุ่ยอินเดีย Velvet Bean เมล็ดพันธุ์ สมุนไพร คุณภาพดี 20 เมล็ด


  • หมามุ่ยอินเดีย Velvet Beanจัดเป็นพืชเถา ผลเป็นฝักยาว คล้ายถั่วลันเตาแต่ไม่มีขนเหมือนอย่างหมามุ่ยไทย...สั่งซื้อ!!!

  • หมามุ่ยอินเดีย มี 2 สายพันธุ์ คือ เมล็ดสีขาว และ เมล็ดสีดำ
  • มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ทำให้หลับสบายมาก ช่วยรักษาโรคพาร์คินสัน
  • เสริมสมรรถภาพทางเพศในเพศชาย แก้ไขปัญหาอวัยวะเพศแข็งตัวช้าในเพศชาย เป็นสมุนไพรไวอากร้าสายพันธุ์ไทย
  • ในผู้หญิงก็ยังช่วยกระชับหน้าอกให้เต่งตึง ขับให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล และกระชับช่องคลอดอีกด้วย
  • เมล็ดพันธุ์หมามุ่ยอินเดีย มีเปลือกหนา แข็งและงอกช้า ควรแช่ในน้ำก่อนเพาะอย่างน้อย 1 คืน เพื่อให้เมล็ดอ่อนตัวลง การปลูกก็ทำง่ายๆ เหมือนการปลูกพืชตระกูลถั่วทั่วไป โดยนำเมล็ดพันธ์ุของหมามุ่ย มาหยอดในหลุมหยอด หลุมละ 2-3 เมล็ด ทำห้างไม้ให้ต้นหมามุ่ย เลื้อยขึ้นเองตามธรรมชาติ คอยรดน้ำไม่ให้ดินแห้งก็เป็นพอค่ะ หมามุ่ยจะเจริญเติบโตตามธรรมชาติของเค้าเอง

ต้องลอง ! หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน ด้วย ไข่ขาว & มะนาว




ต้องลอง ! หน้าใส ไร้สิวเสี้ยน ด้วย ไข่ขาว & มะนาว

สิวเสี้ยน เป็นเหมือนขยะหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งยังตกค้างอยู่ในรูขุมขน มักเกาะกลุ่มอยู่ตรงส่วนที่มีความมันเช่นหน้าผาก จมูก และคาง เรามีวิธีง่ายๆ ในการกำจัดสิวเสี้ยนที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน ด้วยวัตถุดิบพื้นฐานง่ายๆ จากในครัวอย่างไข่ขาวและมะนาวมาฝาก
อุปกรณ์และส่วนผสม
 1. โฟมสครับผิว 
 2. ไข่ขาว 
 3. มะนาว 
 4. กระดาษเช็ดปาก
Step 1 : ใช้โฟมหรือสบู่เหลวล้างหน้าทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด จากนั้น ใช้โฟมสครับผิวขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างในรูขุมขนอีกที ขัดผิววนเป็นวงกลม แล้วล้างออกให้สะอาด
Step 2 : เทน้ำร้อนจัดลงในหม้อหรือชามใบใหญ่ หรืออาจเปิดน้ำร้อนในอ่างล้างหน้า ก้มหน้าลงเพื่อให้ไอน้ำร้อนช่วยเปิดรูขุมขน เพื่อให้การมาส์กได้ผลดียิ่งขึ้น
Step 3 : ผสมน้ำมะนาว 1/4 ถ้วย กับไข่ขาวล้วน 2 ฟองในชาม ผสมให้เข้ากัน
Step 4 : ทาส่วนผสมลงบางๆ บนใบหน้า เน้นส่วนที่ต้องการกำจัดสิวเสี้ยนมากเป็นพิเศษ
Step 5 : ตัดแบ่งกระดาษเช็ดปากเป็นสี่เหลี่ยมทั้งหมด 5 ชิ้น แล้วแปะลงบนหน้าผาก จมูก คาง และแก้มทั้งสองข้าง กระดาษเช็ดปากจะติดแน่นบนผิวหน้า ปล่อยทิ้งไว้จนกระดาษเริ่มแข็งตึง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
Step 6 : ค่อยๆ ลอกกระดาษเช็ดปากออก จะเห็นว่ามีสิวเสี้ยนติดออกมาด้วย จากนั้น ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจัดเพื่อปิดรูขุมขนค่ะ
T i p s  : มะนาวมีกรดอัลฟาไฮดร็อกไซด์ที่มีสารขัดผิวตามธรรมชาติและรักษาสิว สามารถจัดการกับสิวเสี้ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนไข่ขาวนั้นมีส่วนช่วยตรึงอิลาสตินในผิว ทำให้รูขุมขนกระชับ และยังดูดซับน้ำมันส่วนเกินในผิว ที่สำคัญยังช่วยบำรุงผิวที่เริ่มมีริ้วรอยได้อีกด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก  : Women MThai Team


ราคาพิเศษ 97 บาท จาก 139 บาท สั่งซื้อ!!!
ลอรีอัล ปารีส ไวท์ เพอร์เฟ็คท์ โฟมล้างหน้า เพื่อผิวกระจ่างใส 100 มล.
L'OREAL PARIS WHITE PERFECT MILKY FOAM 100 ml

โฟมล้างหน้าที่ช่วยล้างเครื่องสำอางทำความสะอาดผิวหน้าและขจัดสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก และผิวกระจ่างใสเมื่อใช้เป็นประจำทุกวัน
เหตุผลที่ทำให้คุณหลงรัก
  • ช่วยเติมเต็มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวของคุณ
  • ด้วยคุณค่าจากไฮยาลูรอนนิค เอซิด และด้วยอนุภาคขนาดเล็กของไฮยาลูรอนนิค เอซิดที่ได้ถูกคัดสรรมาโดยเฉพาะ ทำให้ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างง่ายดาย
  • สารสกัดจากธรรมชาติช่วยในการลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความกระชับให้แก่ผิว หลังใช้ 4 ชั่วโมง, ผิวกระชับขึ้น คงความชุ่มชื้นยาวนานถึง 48 ชั่วโมง


ราคาพิเศษ 97 บาท จาก 139 บาท สั่งซื้อ!!!
วิธีใช้
  • ใช้เป็นประจำทุกวันเพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้า หรือใช้ล้างหน้าได้อย่างหมดจดจากเครื่องสำอาง
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เพื่อให้ผิวสะอาดอย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรล้างหน้าด้วยลอรีอัล ปารีส ไวท์ เพอร์เฟ็คท์ โฟม และใช้ลอรีอัล ปารีส ไวท์ เพอร์เฟ็กต์ แอนตี้ ดัลเนส สครับ โฟม 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อผลัดเซล์ผิว แล้วปิดท้ายด้วยลอรีอัล ปารีส ไวท์ เพอร์เฟ็คท์ ไวท์เทนนิ่ง แอนด์ มอยเจอร์ไรซิ่ง โทนเนอร์ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน เผยกระจ่างใส เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

4 ประโยชน์วิตามินซี ที่ไม่เคยมีใครบอกคุณ! วิตามิน ซี ดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นวิตามินยอดนิยม!!!





ประโยชน์หรือการออกฤทธิ์ของวิตามินซีต่อร่างกาย 

- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคหวัด ภูมิเเพ้ โดยเสริมสร้างความเเข็งเเรงของเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวกำจัดเชื้อได้ดีขึ้น
- ต่อต้านอนุมูลอิสระ (เเอนติออกซิเเดนท์) ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อม และการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์และอวัยวะภายในร่างกาย
- เสริมสร้างคอลลาเจน ช่วมเพิ่มความกระชับและยืดหยุ่นของผิวพรรณ รวมทั้งเสริมสร้างคอลลาเจนในกระดูกจึงมีการนำไปใช้เสริมในผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกหัก หรือเพื่อการสมานเเผลที่เร็วขึ้น
- ลดการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ช่วยให้ผิวกระจ่างใสได้ตามธรรมชาติ

วิตามินซีรูปแบบธรรมชาติ คือ รูปแบบวิตามินซีสังเคราะห์ที่อยู่ในรูปสารไบโอฟลาวโวนอยด์ และสารฟลาโวนอยด์ อื่นๆ เช่น รูติน โรสฮิป และเฮสเพริน เช่นเดียวกับวิตามินธรรมชาติที่พบในผักผลไม้ จึงมีสภาพความเป็นกรดต่ำ และยังทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้อย่างเต็มที่ และเป็นรูปแบบวิตามินซีที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า


สโมสรสุขภาพ - วิตามิน ซี ดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นวิตามินยอดนิยม
Bangkok Hospital


4 ประโยชน์วิตามินซี ที่ไม่เคยมีใครบอกคุณ!
       1. วิตามินซี ช่วยบำรุงผิว วิตามินซีในผักและผลไม้ จะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตขอผิว ทำให้ผิวมีสุขภาพดี เพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนในเซลล์ ทำให้ผิวเต่งตึง และไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร วิตามินซียังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สร้างเม็ดสี ซึ่งมีบทบาทมากที่สุดในการสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงช่วยลดรอยดำและผิวหมองคล้ำได้ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยเสริมสร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และยังลดความเสี่ยงต่ออาการเลือดออกตามไรฟัน หรือโรคลักปิดลักเปิด ทำให้เหงือกและฟันแข็งแรงไปในด้วยนะ
        2. รับประทานวิตามินซีทุกวัน ไม่เป็นต้อกระจก วิตามินซี เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานวิตามินซีเป็นประจำอย่างน้อย 10 ปี ลดอัตราเสี่ยงของอาการเลนส์ตาขุ่นมัว ซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของต้อกระจกได้ถึง 77%
        3. คนสูบบุหรี่ หรือคนที่อยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนอื่น มีการวิจัยพบว่า คนที่อยู่ใกล้กับคนที่สูบบุหรี่ จะมีวิตามินซีในร่างกายลดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี แต่ถ้าได้รับวิตามินซี 2,000 มิลลิกรัมทุกวัน จะช่วยปกป้องผนังหลอดเลือดไว้ไม่ให้ถูกทำลายก่อนเวลา และยังช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น
        4. วิตามินซี ช่วยลดอัตราการเติบโตของเซลล์มะเร็ง เพราะวิตามินซี มีคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์ มะเร็งได้ มากไปกว่านั้นวิตามินซียังช่วยลดอาการข้างเคียงของการใช้ยาเคมีบำบัดและการ ฉายแสง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ฯลฯ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งให้น้อยลงอีกด้วย

การรับประทานวิตามิน ซี จากผักและผลไม้อย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ
        เนื่องจากวิตามิน ซี เป็นวิตามิน ที่เสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศ ความร้อน หรือความชื้น ดังนั้นเราควรเลือกรับประทานผัก ผลไม้ที่สดใหม่ หรือยิ่งเก็บจากต้นได้จะยิ่งดี โดยที่การรับประทานจากผลไม้ เช่น ส้ม 1 ผลที่เก็บใหม่จากต้น จะมีวิตามิน ซี ประมาณ 20-40 มิลลิกรัม ซึ่งถ้าเราต้องการเพียงเพื่อไม่ให้ขาดวิตามิน ซี ต้องรับประทานส้มที่เก็บใหม่จากต้นวันละ 2-3 ผล แต่ในความเป็นจริง ไม่สามารถเลือกได้ ดังนั้นปริมาณวิตามิน ซี ที่ร่างกายได้รับแต่ละวันจะไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ

การเลือกรับประทานวิตามิน ซี ให้มีประสิทธิภาพ
        ควรรับประทานวิตามิน ซี จากแหล่งธรรมชาติ เนื่องจากในธรรมชาติเรามักพบวิตามิน ซี ร่วมกับสารอาหารกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ ดังนั้นการรับประทานวิตามิน ซี เสริม ควรเลือกรับประทานวิตามิน ซี ที่มีส่วนผสมของไบโอฟลาโวนอยด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามิน ซี และทำให้วิตามิน ซี อยู่ในร่างกายได้ดีขึ้น


ราคาพิเศษ 741 บาท จาก 900 บาท
สั่งซื้อเลย!!! ฟรีส่ง เก็บเงินปลายทาง
Mega We Care NAT C 1000MG TAB 150 เม็ด วิตามินซีจากธรรมชาติ ป้องกันหวัด

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล
- วิตามินซี 1000 มก. จาก แอสคอร์บิค แอซิด 400 มก. 
- โซเดียม แอสคอร์เบท 350 มก. (เทียบเท่ากับแอสคอร์บิค แอซิด 300 มก.) 
- แคลเซียม แอสคอร์เบท 400 มก. (เทียบเท่ากับแอสคอร์บิค แอซิด300 มก.)
- รูติน 50 มก.
- ไบโอฟลาโวนอยด์ 50 มก.
- เฮสเพอริดิน 50 มก.
- ผงสกัดแห้งโรสฮิป 62.5 มก. (เทียบเท่าโรสฮิป 250 มก.)
- ผงสกัดแห้งอะซิโรลา 12.5 มก. (เทียบเท่าอะซิโรลา 50 มก.)
- ไม่มีสารกันบูด สี หรือกลิ่นสังเคราะห์

ขนาดวิธีรับประทาน
1. เพื่อบำรุงสุขภาพ หรือป้องกันโรคหวัด เเละภูมิเเพ้ วันละ 1 พร้อมอาหาร
2.เพื่อให้หายจากโรคหวัดเร็วขึ้นเมื่อมีอาการหวัด วันลั 2-3 เม็ด
3.เพื่อป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็ง จากผลการวิจัย วันลั 6 - 18 เม็ด
4. เพื่อป้องกันการปวดสำหรับโรดเก๊าท์ 1-2 เม็ด
5.จากการวิจัย พบว่าขนาดที่สามารถรับประทานได้เป็นระยะเวลายาวนาน โดยไม่มีข้างเคียง วันลั 3000 มก.

ขนาดบรรจุ
บรรจุกระปุกละ 150 แคปซูล

ราคาพิเศษ 741 บาท จาก 900 บาท
สั่งซื้อเลย!!! ฟรีส่ง เก็บเงินปลายทาง

การรับประทานวิตามิน ซี เสริม ปลอดภัยแม้รับประทานในระยะยาว
        วิตามิน ซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายสามารถขับออกได้ตามปกติโดยทางไต หากเราได้รับวิตามิน ซี น้อยกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับ ก็จะมีอาการของโรคเลือดออกตามไรฟัน ไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามิน ซี แม้จะรับประทานในปริมาณที่สูง มีผลการวิจัย พบว่าในคนปกติ การรับประทานวิตามิน ซี เป็นประจำทุกวัน ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน สามารถรับประทานได้สูงถึง 3,000 มิลลิกรัมโดยไม่มีอันตรายใดๆ
ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน
        สำหรับความต้องการที่ควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันนั้น แตกต่างกันตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย เช่น
  • ผู้ที่มีอาการเป็นหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
  • ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ มีความเครียดในร่างกาย ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • ผู้ที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ ควรได้รับวันละ 1,000 มิลลิกรัม

Thursday, July 5, 2018

28 สรรพคุณ ผักเชียงดาคือ ผักปราบเบาหวาน ราชินีฆ่าน้ำตาล!!!!





ผักเชียงดา

ผักเชียงดา ชื่อวิทยาศาสตร์ Gymnema inodorum (Lour.) Decne. จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ด (APOCYNACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยนมตำเลีย (ASCLEPIADOIDEAE หรือ ASCLEPIADACEAE)[1],[4]
ผักเชียงดา มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เชียงดา, เจียงดา, ผักเจียงดา, ผักเซียงดา, ผักกูด, ผักจินดา, ผักเซ่งดา, ผักม้วนไก่, ผักเซ็ง, ผักว้น, ผักฮ่อนไก่, ผักอีฮ่วน, เครือจันปา เป็นต้น[3],[4],[6],[7],[10]

ลักษณะของผักเชียงดา

  • ต้นผักเชียงดา จัดเป็นไม้เถาเลื้อย มีอายุข้ามปี ความยาวของเถาขึ้นอยู่กับอายุ ลำต้นเป็นสีเขียว มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-5 เซนติเมตร ทุกส่วนที่อยู่เหนือดินของต้นจะมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีการปักชำ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ระบายน้ำดี เป็นผักพื้นบ้านที่ชาวเหนือในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และพะเยา นิยมปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อนำยอดไปประกอบอาหาร[1],[2],[3] ส่วนในต่างประเทศพบได้ที่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา เวียดนาม มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน และแอฟริกา[6]

สรรพคุณของผักเชียงดา

  1. ผักเชียงดามีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ โรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ ช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือดแดง และการเสียของ DNA ข้ออักเสบรูมาตอยด์และเกาต์[2]
  2. ผักเชียงดามีสารออกฤทธิ์ที่ช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ[2] และชาวบ้านยังนิยมกินผักเชียงดาหน้าร้อน เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกายอีกด้วย[6]
  3. หมอยาพื้นบ้านในจังหวัดจะใช้ผักเชียงดาเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการปวดเมื่อยอันเนื่องมาจากการทำงาน[7]
  4. ช่วยทำให้เจริญอาหาร[4]
  5. ช่วยชำระล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย[8]
  1. ใช้รักษาเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับระดับอินซูลินในร่างกายให้สมดุล ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ตับอ่อน ด้วยการนำผักเชียงดามาปรุงเป็นอาหารรับประทาน[1],[4],[8] จากการศึกษาพบว่า การรับประทานผงผักเชียงดาก่อนอาหารประมาณวันละ 8-12 กรัม (แบ่งการรับประทานเป็น 3 มื้อ มื้อละ 4 กรัม) จะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานให้เป็นปกติได้ หรือจะรับประทานเป็นผักสดอย่างน้อยวันละประมาณ 50-100 กรัม หรือ 1 ขีด ก็สามารถช่วยป้องกันและบำบัดโรคเบาหวานได้เช่นกัน[5]
  2. ช่วยควบคุมและปรับระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ[8]
  3. ช่วยลดและควบคุมปริมาณไขมันในร่างกายให้สมดุล[8]
  4. ผักเชียงดาสามารถนำไปใช้ลดน้ำหนักได้ เพราะผักชนิดนี้สามารถช่วยให้มีการนำน้ำตาลไปเผาผลาญมากกว่าการนำไปสร้างเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และมีรายงานว่า ผักเชียงดาสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง[10]
  5. ผักเชียงดามีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา แก้ตาฝ้าฟาง มีอาการเคืองตา เนื่องจากผักชนิดนี้มีวิตามินสูง[1]
  6. ช่วยแก้หูชั้นกลางอักเสบ (ต้น)[9]
  7. ใบนำมาตำให้ละเอียดใช้พอกบริเวณกระหม่อมเพื่อรักษาไข้ อาการหวัด ปรุงเป็นยาลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ หรือนำไปประกอบในตำรายาแก้ไข้อื่น ๆ[2],[4]
  8. ผลมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ (ผล)[4]
  9. ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้และหอบหืด[8]
  10. ต้นสรรพคุณเป็นยาแก้หลอดลมอักเสบ แก้ไอ แก้ปอดอักเสบ (ต้น)[9]
  11. ช่วยแก้โรคบิด (ต้น)[9]
  12. การรับประทานผักเชียงดาใบแก่ จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น และชาวบ้านยังนิยมนำมาแกงรวมกับผักตำลึงและยอดชะอมเพื่อใช้รักษาอาการท้องผูกอีกด้วย[2],[6]
  13. ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร (ต้น)[9]
  14. ต้นแห้งหรือต้นสดใช้เป็นยาขับปัสสาวะ (ต้น)[9]
  15. ช่วยขับระดูของสตรี[4]
  16. ช่วยฟื้นฟูตับอ่อนให้แข็งแรง ช่วยบำรุงและปรับสภาพการทำงานของตับอ่อนให้เป็นปกติ[8]
  17. ช่วยบำรุงและซ่อมแซมหมวกไต และระบบการทำงานของไตให้สมบูรณ์[8]
  18. ช่วยแก้อาการบวมน้ำ (ต้น)[9]
  19. ใบใช้เป็นยาแก้โรคผิวหนังทุกชนิด ทำให้น้ำเหลืองแห้ง และแก้กามโรค[9]
  20. ใบสดใช้ตำพอกฝีหรือหัวลำมะลอก งูสวัด เริม ถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน[4]
  21. หัวมีรสมันขม มีสรรพคุณเป็นยาแก้พิษอักเสบ พิษร้อน ช่วยดับพิษกาฬ แก้พิษไข้เซื่องซึม และแก้เริม (หัว)[4]
  22. ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อจากโรคเกาต์[8]
  23. ในบ้านเรามีการใช้ผักเชียงดาเป็นทั้งยาสมุนไพรและเป็นอาหารเพื่อรักษาโรคโดยกลุ่มหมอเมืองทางภาคเหนือมานานแล้ว กล่าวคือ การใช้เป็น “ยาแก้หลวง” (คล้ายยาครอบจักรวาลของแผนปัจจุบัน) ถ้าคิดไม่ออกก็บอกผักเชียงดา เช่น แก้เบาหวาน เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ตัวร้อน แก้ไข้สันนิบาต (ชักกระตุก) แก้หวัด ภูมิแพ้ หอบหืด แก้แพ้ยา แพ้อาหาร ปวดข้อ เป็นยาระบาย ช่วยระงับประสาท หรือเมื่อมีอาการคิดมากหรือจิตฟั่นเฟือน ฯลฯ ส่วนการนำมาใช้เป็นยาก็ให้นำผักเชียงดามาสับแล้วนำไปตากแห้งบดเป็นผง ใช้ชงเป็นชาดื่ม หรือจะนำมาบรรจุลงในแคปซูลก็ได้[5]
หมายเหตุ : การนำมาใช้เป็นยาในหน้าแล้ง ให้ใช้รากมาทำยา ส่วนในหน้าฝนให้ใช้ส่วนของเถาและใบ โดยนำมาสับตากแห้งแล้วบดให้เป็นผง ใช้ชงเป็นชาดื่ม[6]

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของผักเชียงดา

  • สารสำคัญ ได้แก่ สาร Vioflavonoid สารในกลุ่ม Carotenoid (ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจก) มี Flavonoid, คาเทชิน, โปรแอนโทไซนานิดิน (Proanthocyanidin), มีสารต้านอนุมูลอิสระ คือ Curcumin, Furmeric, เบต้าแคโรทีน, และมีวิตามินซีมากกว่าแคร์รอต[1]
  • จากการศึกษาผลของผักเชียงดาในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี พบว่า การดื่มชาผักเชียงดาภายใน 15 นาทีหลังจากได้รับสารละลายกลูโคส จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับตอนที่ไม่ได้ดื่มชาผักเชียงดา ส่วนฤทธิ์การลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณของผักเชียงดาด้วย และเมื่อให้อาสาสมัครดื่มชาเป็นระยะเวลา 28 วัน ก็ไม่พบว่ามีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่พบการเปลี่ยนแปลงของการทำงานของตับ แต่การให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 12 ราย ดื่มชาผักเชียงดาหลังอาหารวันละ 3 มื้อเพิ่มเติมจากยาเบาหวานที่ได้รับ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ พบว่า ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ตลอดจนไม่กระทบต่อการทำงานของตับและไต และไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงแต่อย่างใด แต่การศึกษานี้ยังมีข้อจำกัดคือจำนวนของผู้ป่วยและระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาที่มีค่อนข้างน้อย จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมและประเมินผลต่อไป[7]
  • ผักเชียงดามี Gymnemic acid (สกัดมาจากส่วนรากและใบของผักเชียงดา) โดยสารชนิดนี้มีลักษณะโครงสร้างเหมือนน้ำตาลกลูโคส จึงเข้าไปจับกับตัวรับที่ลำไส้แทนโมเลกุลของกลูโคส และช่วยสกัดกั้นสารน้ำตาลตัวจริงที่เข้ามาสู่ร่างกายได้ และยังสามารถช่วยควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่พึ่งอินซูลินและชนิดไม่พึ่งอินซูลิน โดยมีรายงานว่า มีผู้ป่วย “บางราย” สามารถรับประทานผักเชียงดาเพียงอย่างเดียวเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้โดยไม่ต้องพึ่งยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากผักชนิดนี้มีฤทธิ์ฟื้นฟูเบต้าเซลล์ของตับอ่อน ที่เป็นอวัยวะช่วยสร้างอินซูลินให้อยู่ในระดับปกติ[5]
  • จากการทดลองกับสุนัข กระต่าย และหนูที่ทำให้เป็นเบาหวาน พบว่ามีปริมาณอินซูลินเพิ่มขึ้นเมื่อตรวจดูตับอ่อน และยังพบว่า มีปริมาณของเบต้าเซลล์เพิ่มขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าผักเชียงดาสามารถช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ตับอ่อนได้[1] ส่วนการศึกษาในมหาวิทยาลัยมัทราส ประเทศอินเดีย ได้ศึกษาผลของผักเชียงดาในหนูทดลองที่ให้สารพิษที่ทำลายเซลล์เบต้าในตับอ่อนของหนู โดยพบว่า หนูที่ได้รับผักเชียงดาทั้งในรูปของสารสกัดและผงแห้ง มีระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติภายใน 20-60 วัน ระดับอินซูลินกลับมาเป็นปกติ และจำนวนของเบต้าเซลล์ก็เพิ่มขึ้นด้วย[6]
  • มีการวิจัยในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานที่ใช้อินซูลิน 27 ราย โดยให้กินสารสกัดที่ทำให้บริสุทธิ์ขึ้น 400 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าปริมาณความต้องการอินซูลินในผู้ป่วยเบาหวานลดลง และในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ใช้อินซูลิน 22 ราย เมื่อให้สารสกัด 400 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 18-20 เดือน ร่วมกับยารักษาเบาหวาน พบว่าปริมาณการใช้ยารักษาเบาหวานลดลง โดยมีผู้ป่วยจำนวน 5 ราย ใน 22 ราย ที่สามารถหยุดให้ยาเบาหวานโดยใช้แต่สารสกัด Gymnema เพียงอย่างเดียว[1]
  • มีรายงานการทดลองใช้ต้น Gymnema sylvestre ซึ่งเป็นพืชในสกุลเดียวกันกับผักเชียงดาที่มีขึ้นอยู่ในประเทศอินเดีย โดยบริษัทในประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตพืชชนิดนี้ออกขายในรูปของยาชงเพื่อรักษาโรคเบาหวาน แต่จากรายงานการทดลองทั้งในคนและสัตว์ ได้แสดงให้เห็นว่า สมุนไพรชนิดนี้สามารถช่วยสร้างและซ่อมแซมเบต้าเซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์อินซูลิน[1]
  • เมื่อปี พ.ศ.2546 นักวิทยาศาสตร์ได้รายงานถึงผลของสารสกัดผักเชียงดาในหนูทดลอง ซึ่งนอกจากจะมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยเพิ่มปริมาณของอินซูลินแล้ว ยังช่วยลดปริมาณของอนุมูลอิสระในกระแสเลือดของหนูทดลองที่เป็นหวานได้อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณของสารกลูต้าไธโอน วิตามินซี และวิตามินอี ในกระแสเลือดของหนูได้อีกด้วย และยังพบว่า สารสกัดดังกล่าวนั้นมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาเบาหวานที่มีชื่อว่า “ไกลเบนคลาไมด์” (glibenclamide)[10]

ประโยชน์ของผักเชียงดา

  1. จากการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลองของผักพื้นบ้านจำนวน 43 ชนิด ที่บริโภคกันในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ผักเชียงดามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด และยังเป็นผักที่มีวิตามินอีสูงที่สุดอีกด้วย[7]
  2. ยอดผักเชียงดาสดจะมีรสมัน หากนำมาต้มให้สุกจะมีรสหอมหวาน ชาวบ้านทางภาคเหนือจึงนิยมปลูกผักเชียงดาไว้ตามริมรั้ว โดยนิยมนำใบอ่อนและยอดอ่อน มารับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก ลาบ ส้มตำ หรือนำมาทำแกง แกงส้ม แกงแค แกงเขียว แกงโฮะ แกงขนุน แกงเลียงกับปลาแห้ง หรือใส่ในต้มเลือดหมู แกงใส่ผักหวาน แกงรวมกับผักชะอม ผักกูด ผักเฮือด ฯลฯ หรือนำมาผัดน้ำมันหอย ทำผัดผักเชียงดา ผัดร่วมกับมะเขือ ฯลฯ แต่โดยปกติแล้วจะไม่ผัดผักเชียงดาล้วน ๆ เพราะจะมีรสขม (ผักเชียงดาในหน้าแล้งจะอร่อยกว่าในหน้าฝน เพราะผักเชียงดาในหน้าฝนจะมีรสเฝื่อน ไม่ค่อยอร่อย)[1],[3],[4],[5]
  3. คุณค่าทางโภชนาการของผักเชียงดา 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 60 แคลอรี, ความชื้น 82.9%, โปรตีน 5.4 กรัม, ไขมัน 1.5 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 6.2 กรัม, ใยอาหาร 2.5 กรัม, เถ้า 1.6 กรัม, วิตามินเอ 5,905 หน่วยสากล, วิตามินบี 1 981 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.32 มิลลิกรัม, วิตามินบี 3 1 มิลลิกรัม, วิตามินซี 153 มิลลิกรัม, แคลเซียม 78 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 2.3 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 98 มิลลิกรัม[3]
  4. ในปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรรวบรวมผักเชียงดามาปลูกในแปลงปลูกขนาดใหญ่ เพื่อเก็บยอดไว้ขายในเชิงการค้าแล้ว[1]
  5. ในปัจจุบันบริษัทยาของประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตพืชชนิดนี้เป็นชาชงสมุนไพร หรือในรูปแบบแคปซูลหรือผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อรักษาเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยยับยั้งการดูดซึมของกลูโคส[2] ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคปซูลผักเชียงดาจะมีวางจำหน่ายในร้านผลิตภัณฑ์สุขภาพทั่วไป โดยในรูปแบบผงแห้งจะมีการควบคุมมาตรฐานของ gynemic acid ต้องมีไม่ต่ำกว่า 25% คือใน 1 แคปซูลส่วนใหญ่แล้วจะมีผงยาเชียงดาอยู่ประมาณ 500 มิลลิกรัม[10]
ราคาพิเศษเพียง 300 บาท
สั่งซื้อ!!!

เครื่องดื่มสมุนไพรผสมชนิดแห้ง เชียงดา ตรีผลา
(เชียงดา มะขามป้อม สมอไทย สมอพิเภก เจียวกู้หลาน ใบเตยหอม ลูกใต้ใบ)
ขนาด 60 กรัม 30 ซอง
  • เหมาะสำหรับช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน
  • เหมาะสำหรับช่วยควบคุณน้ำหนัก ช่วยลดน้ำหนักและมวลไขมันออกจากร่างกาย
  • เหมาะสำหรับช่วยปรับธาตุในร่างกายให้สมดุล กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด


  • เหมาะสำหรับช่วยขับสารพิษที่ตับ ล้างสารพิษ ไขมันเกาะตับ ลำไส้

วิธีรับประทาน: ใส่ชา 1 ซองลงในแก้ว เติมน้ำร้อน150-200 มิลลิลิตร ตั้งทิ้งไว้ให้ชาละลายประมาณ 2 นาที  ใช้ช้อนนวดซองเบาๆ ช่วยให้สมุนไพรละลายในน้ำร้อนออกมาได้ง่ายขึ้น และเพิ่มรสชาติ หวาน หอม ร้อน ฝาด ขม กลมกล่อมครบรส ควรดื่มเมื่อท้องว่างหรือก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที


เลขที่ อย. 50-2-13158-2-0007

Tuesday, July 3, 2018

นักวิจัยชาวญี่ปุ่น แนะนำให้กินกล้วย(Banana)ที่สุกจนเปลือกคล้ำ เพราะช่วยต้านมะเร็ง!!!



นักวิจัยชาวญี่ปุ่น แนะนำให้กินกล้วย(Banana)ที่สุกจนเปลือกคล้ำ เพราะช่วยต้าน


มะเร็ง(Cancer)ได้ นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ระบุว่ากล้วยที่สุกเต็มที่จะสร้าง สาร TNF (Tumor Necrosis Factor) สารตัวนี้มีความสามารถที่จะต่อสู้กับเซลล์ ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็งเป็นต้น สาร TNF เป็นตัวที่ช่วยสร้าง CD4 ให้ เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยในการสร้างภูมิต้านทานในร่างกายเราให้สูงขึ้น และในจำนวนกล้วยทั้งหมด กล้วยไข่ จะมีสารต้านมะเร็งมาก มีสาร TNF มากที่สุด โดยให้เลือกชนิดที่มีจุดดำๆ จะดีที่สุด คำแนะนำ คือให้กินกล้วยวันละ 1-2 ใบเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และอื่นๆ กล้วยทีมีผิวเหลืองและมีจุดดำๆหลายๆแห่งจะมีคุณสมบัติในการเพิ่มเม็ดเลือดขาว ได้มากกว่ากล้วยที่มีผิวเขียวถึง 8 เท่า



Khaolaor ขาวละออ ตรีผลา แคปซูล ลดไขมันปกป้องเซลล์ตับ ปรับสมดุลเพิ่มภูมิต้านทาน 100 แคปซูล ในหนึ่งแคปซูล 450 มิลลิกรัม ราคาเพียง 210 บาท 
มีส่วนผสมของเนื้อในลูกสอมไทยแห้ง เนื้อในลูกสมอพิเภกแห้ง เนื้อในลูกมะขามป้อมแห้ง ในอัตราส่วนเท่ากัน
ช่วยลดไขมันในเลือด ปรับสมดุลร่างกายเพิ่มภูมิต้านทาน
ปกป้องตับจากแอลกอฮอล์ ต้านมะเร็ง ขับเสมหะ และเป็นยาระบายอ่อนๆ...สั่งซื้อ!!!

KHAOLAOR ขาวละออ อาหารเสริม พลูคาวสกัด ผสมเบต้ากลูแคนและวิตามินซี สะเก็ดเงิน เพิ่มภูมิต้านมะเร็ง โดย ขาวละออ (60 เม็ด)
เลขที่ อย.11-1-08831-1-0096
ใน 1 เม็ดประกอบด้วย
พลูคาวสกัดเข้มข้น 4 เท่า 300 mg.(เทียบเท่าพลูคาวแห้ง 1,200 mg.)
เบต้ากลูแคน จากยีสต์ 50 mg.
กรดแอล-แอสคอร์บิก(อนุพันธ์วิตตามินซี) 30 mg.
รับประทานครั้งล่ะ 1 เม็ด ก่อนอาหาร เช้าและเย็น
ขนาดบรรจุ 60 เม็ด/กล่อง ราคาพิเศษ 350 บาท สั่งซื้อ!!!