Sunday, August 5, 2018

ไหล่หลุดเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง?





แม้ว่ากระดูกและข้อต่อต่างๆ ในร่างกายคนเราจะมีความแข็งแรง แต่ก็มีโอกาสที่จะแตกหักหรือหลุดได้ง่ายหากได้รับการกระทบกระทั่งแรงๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับกระดูกและข้อต่อที่สำคัญในร่างกาย ซึ่งเราก็ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการไหล่หลุด เพื่อให้ความรู้และเป็นแนวทางในการรับมือกับภาวะอันตรายที่เกิดขึ้นมาฝาก ศึกษาได้จากข้อมูลดังต่อไปนี้กันได้เลยค่ะ
รู้จักกับรูปร่างของข้อไหล่
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น อันดับแรกต้องมาทำความรู้จักกับรูปร่างของไหล่ก่อน โดยข้อไหล่ของคนเรานั้นจะมีลักษณะคล้ายกับลูกกอล์ฟที่ตั้งอยู่บนที ซึ่งลูกกอล์ฟก็คือหัวกระดูกต้นแขนและทีก็คือเบ้ากระดูกสะบัก นอกจากนี้ก็จะมีลักษณะเป็นแอ่งตื้นๆ เนื่องจากมีขอบกระดูกอ่อนต่อจากข้อไหล่ขึ้นไปเล็กน้อยเพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแรงและมีความลึกของเบ้าพอสมควร
สาเหตุของอาการไหล่หลุด
ไหล่หลุดอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพราะอุบัติเหตุที่ทำให้ข้อไหล่ถูกกระแทกอย่างรุนแรง เป็นผลให้ข้อไหล่เลื่อนหลุดออกมา เช่น การหกล้ม การปะทะกันในขณะเล่นกีฬารวมถึงการถูกฉุดแขนแรงๆ นอกจากนี้ก็อาจเกิดจากพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้เอ็นรอบข้อไหล่หลวมกว่าปกติ จึงทำให้ไหล่หลุดออกมาได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไปอีกด้วย โดยกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่ออาการไหล่หลุดมากที่สุด ก็คือกลุ่มนักกีฬาหรือผู้ที่ชอบเล่นกีฬาบ่อยๆ นั่นเอง
อาการที่เกิดขึ้น
เมื่อข้อไหล่หลุดไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใด สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นได้ดังนี้
  • มีอาการปวดไหล่หรือแขนอย่างรุนแรงและไม่สามารถขยับแขนได้ เนื่องจากข้อไหล่ที่หลุดออกมาจากเบ้าจึงไม่สามารถบังคับการเคลื่อนไหวได้ตามต้องการ
  • อาจมีอาการแขนชาร่วมด้วยในบางราย ซึ่งเกิดจากการที่เส้นประสาทบริเวณข้อไหล่ได้รับการกระทบกระเทือน โดยกรณีนี้ถือว่ารุนแรงมาก ควรรีบรักษาโดยด่วนเพราะการที่เส้นประสาทได้รับความเสียหาย อาจส่งผลให้เป็นอัมพฤต อัมพาตได้
แนวทางในการรักษา
สำหรับวิธีการรักษา จะทำโดยการขยับข้อไหล่ให้เข้าที่ดังเดิมพร้อมกับการทำกายภาพบำบัด แต่อย่างไรก็ตามเมื่อข้อไหล่เคยหลุดครั้งหนึ่งแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติและแข็งแรงดังเดิมได้ ผู้ป่วยจึงมีโอกาสเสี่ยงไหล่หลุดได้อีก จึงต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งมีวิธีการรักษาดังนี้
  • แพทย์ให้ยาระงับอาการปวด เพื่อให้อาการทุเลาลงและไม่เจ็บปวดมากนักในขณะทำการรักษา
  • ตรวจว่าข้อไหล่หลุดไปทางไหน และทำการดึงให้เข้าที่ จากนั้นก็จะยึดตรึงข้อไหล่ไว้ด้วยผ้าคล้องแขนประมาณ 2-3 สัปดาห์ หรือจนมั่นใจว่าข้อไหล่ติดดีแล้ว
  • ให้ผู้ป่วยเริ่มทำกายภาพบำบัด โดยการบริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อไหล่ เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ปกติ โดยอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ อุดมไปด้วยแคลเซียม เพื่อบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ซึ่งจะช่วยให้ฟื้นฟูเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงโอกาสที่ข้อไหล่จะหลุดในครั้งต่อไป

บำรุงข้อและกระดูก 60 แคปซูล 300 บาท สั่งซื้อ!!!

ข้อควรระวังเมื่อข้อไหล่หลุด
เนื่องจากข้อไหล่เป็นส่วนสำคัญของร่างกายและมีเส้นประสาทมากมายอยู่ในบริเวณนี้ จึงควรระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีอาการข้อไหล่หลุด เพราะหากพลาดเพียงนิดเดียวนั่นอาจหมายถึงการเป็นอัมพฤตอัมพาต และอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายส่วนอื่นๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อพบผู้ป่วยข้อไหล่หลุด จึงควรระมัดระวังดังนี้
  • เมื่อพบผู้ป่วยข้อไหล่หลุด ไม่ควรพยายามดึงข้อไหล่กลับเข้าที่กันเอง เพราะอาจดึงไม่ถูกวิธีจนทำให้ข้อไหล่เกิดการผิดรูปยิ่งกว่าเดิม และหากภาวะข้อไหล่หลุดเกิดร่วมกับกระดูกแตกหักด้วยก็จะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ดังนั้นควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์เป็นผู้ทำการรักษาเองดีกว่า
  • ในกรณีข้อไหล่หลุดจะต้องตรวจให้ละเอียดก่อนทำการรักษาเพราะอาจมีอาการบาดเจ็บของเส้นเลือดและเส้นประสาทร่วมด้วย ซึ่งจะเป็นอันตรายได้
ไหล่หลุด เป็นอาการที่น่ากลัวและทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้มาก ซึ่งเมื่อพบว่าตนเองไหล่หลุด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที อย่าได้นิ่งนอนใจเด็ดขาดและที่สำคัญควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาในระหว่างการรักษานั่นเอง อย่างไรก็ตามควรพยายามระมัดระวังตัวเองไม่ให้เกิดอาการไหล่หลุดดีกว่า เพราะแม้จะรักษาได้แต่ก็อาจไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม 100%

ไหล่หลุด (Shoulder Dislocationเป็นอาการที่ข้อไหล่หลุดออกจากเบ้า ส่วนมากมักจะหลุดไปทางด้านหน้า เนื่องจากข้อไหล่เป็นส่วนที่เคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง ทำให้เป็นข้อต่อที่หลุดได้บ่อยที่สุดในร่างกาย ไหล่หลุดสามารถสังเกตเห็นได้ชัดจากลักษณะของไหล่ที่แปลกไป และพบว่ามีอาการปวดที่หัวไหล่หรือบริเวณรอบข้างอย่างรุนแรง ไม่ควรพยายามเคลื่อนหัวไหล่กลับด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายหรือพบอาการที่รุนแรงขึ้น ผู้ที่เคยมีประวัติอาการไหล่หลุดอาจสามารถเกิดอาการซ้ำได้ในภายหลัง หากพบว่ามีอาการไหล่หลุดควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
อาการไหล่หลุด
ไหล่หลุดเป็นภาวะที่กระดูกข้อไหล่หลุดออกจากเบ้า สามารถหลุดได้หลายรูปแบบ เช่น หลุดไปด้านหน้า หลุดไปด้านหลัง หรือหลุดลงมาด้านล่าง ที่พบได้มากมักหลุดไปทางด้านหน้า อาจหลุดทั้งข้อไหล่หรือหลุดเพียงบางส่วน อาการทั่วไปที่สามารถสังเกตเห็นได้ชัด คือ รูปร่างของไหล่ที่ผิดแปลกไป มีลักษณะเป็นเหลี่ยม ๆ สามารถมองเห็นกระดูกที่เคลื่อนออกและอาจมีลักษณะเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนังได้ รวมถึงมีอาการปวดรุนแรง บวม ฟกช้ำ ไม่สามารถขยับหรือยกแขนได้ตามปกติ หรือมีอาการชา รู้สึกเจ็บเหมือนมีเข็มแทงในบริเวณรอบข้าง เช่น คอหรือแขน และอาจมีความเจ็บปวดเพิ่มมากขึ้นจากอาการกล้ามเนื้อกระตุกที่บริเวณรอบหัวไหล่
หากพบว่ามีอาการไหล่หลุด ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน และสามารถปฏิบัติตัวเบื้องต้นตามแนวทางได้ดังต่อไปนี้
  • ไม่ควรพยายามเคลื่อนหัวไหล่กลับตำแหน่งเดิมด้วยตัวเอง และลดการขยับแขน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ เอ็น เส้นประสาท เส้นเลือด หรือกล้ามเนื้อในบริเวณรอบข้อไหล่ได้
  • ใช้หมอนหรือม้วนผ้าสอดไว้ระหว่างแขนและลำตัว
  • ประคองแขนโดยใช้ที่คล้องแขน โดยงอแขนช่วงล่างขึ้นให้อยู่ในมุมฉากหรืออยู่ที่บริเวณหน้าอก
  • ประคบเย็นด้วยน้ำแข็งจะสามารถช่วยลดอาการปวดและบวมที่บริเวณรอบข้อไหล่ได้
สาเหตุของไหล่หลุด
ข้อไหล่เป็นส่วนที่สามารถขยับได้หลายทิศทางจึงเกิดโอกาสที่จะหลุดได้บ่อยที่สุดในร่างกาย อายุเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไหล่หลุด โดยพบว่าเด็ก วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงของการเกิดอาการไหล่หลุดได้มากที่สุด หรืออาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมในผู้ที่เคยเกิดอาการไหล่หลุดอาจสามารถเกิดอาการซ้ำได้ในภายหลัง สาเหตุของอาการไหล่หลุดที่พบได้มีดังต่อไปนี้
  • การหมุนไหล่ที่รุนแรงเกินไป
  • การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล รักบี้ ปีนเขา
  • การบาดเจ็บจากการขับขี่รถจักรยานยนต์
  • การบาดเจ็บจากการล้ม โดยแขนกระแทกลงพื้น
  • ผู้ที่ร่างกายมีความยืนหยุ่นสูงมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการไหล่หลุดได้มากกว่า
การวินิจฉัยไหล่หลุด
สามารถวินิจฉัยอาการไหล่หลุดได้โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น จากนั้นจะทำการตรวจอาการบวม การไหลเวียนของเลือด หรือความผิดปกติในบริเวณรอบ ๆ หากพบว่าอาจมีความเสียหายเกิดขึ้นที่กระดูก แพทย์จะทำการเอกซเรย์เพื่อตรวจสภาพของกระดูกหรือข้อต่อที่บริเวณไหล่ว่ามีกระดูกหักหรือไม่ ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อตรวจหาความเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณนั้นต่อไป
การรักษาไหล่หลุด
ในการรักษาสามารถทำได้ด้วยกันหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย โดยปกติผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นหลังได้รับการรักษา และในระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน แพทย์จะมีแนวทางในการรักษาดังต่อไปนี้
  • การจัดกระดูกให้เข้าที่ (Manipulation) แพทย์จะทำการจัดให้กระดูกกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม โดยพิจารณาจากอาการบวมหรืออาการเจ็บของผู้ป่วย อาจต้องใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาระงับประสาท หรือยาชาร่วมด้วยก่อนการรักษา โดยแพทย์จะให้ผู้ป่วยนั่งบนเตียง จากนั้นจะทำการหมุนแขนจนกว่าข้อไหล่จะกลับเข้าที่ อาการเจ็บจะลดลงหลังจากที่แพทย์จัดกระดูกให้เข้าที่ อาจต้องทำการเอกซเรย์เพิ่มเติมเพื่อตรวจว่ากระดูกกลับเข้าไปที่เบ้าเรียบร้อยแล้ว
  • การตรึงอวัยวะ (Immobilization) แพทย์จะใส่ที่คล้องแขนให้กับผู้ป่วย หลังเข้ารับการรักษาด้วยการจัดกระดูกให้เข้าที่เพื่อลดการเคลื่อนไหวของแขนและข้อไหล่เป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ระยะเวลาในการใส่ที่คล้องแขนจะขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย
  • การใช้ยา ปกติจะสามารถพบอาการที่ดีขึ้นได้หลังแพทย์ทำการรักษาให้ข้อต่อกลับเข้าที่ หรืออาจให้ผู้ป่วยรับประทานยาแก้ปวดหรือยาคลายกล้ามเนื้อร่วมด้วยเพื่อบรรเทาอาการปวด
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาความแข็งแรงและการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ให้กลับสู่สภาพเดิม เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยเวลา ไม่ควรรีบทำการฟื้นฟูสมรรถภาพเพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บขึ้นได้
  • การผ่าตัด แพทย์อาจเลือกทำการผ่าตัดแบบเปิดหรือผ่าตัดแบบส่องกล้อง โดยขึ้นอยู่กับสาเหตุของผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อรักษาอาการข้อต่อ เอ็น เส้นประสาท หรือหลอดเลือดฉีกขาดหรือได้รับความเสีย รวมถึงในผู้ที่มีอาการไหล่หลุดบ่อยครั้ง ผู้ที่พบว่ามีกระดูกหักร่วมด้วย หรือผู้ที่มีความยืดหยุ่นของข้อต่อที่มากกว่าปกติ (Hyperlaxity) ซึ่งผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปีจะมีอัตราการเกิดซ้ำของอาการไหล่หลุดได้มากกว่า
หลังจากทำการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ผู้ที่มีอาการไหล่หลุดสามารถดูแลรักษาเพิ่มเติมที่บ้านได้ โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้
  • ลดการเคลื่อนไหวที่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือปวดที่บริเวณไหล่ และหลีกเลี่ยงการยกของหนัก
  • ประคบเย็นครั้งละประมาณ 15-20 นาที ในช่วง 1-2 วันแรก เพื่อบรรเทาอาการปวดและบวม เมื่อพบว่ามีอาการที่ดีขึ้นแล้วอาจประคบร้อนเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อครั้งละไม่เกิน 20 นาที
  • รับประทานยาบรรเทาอาการปวด เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน หรืออะเซตามิโนเฟน เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • ออกกำลังกายภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะข้อไหล่ติด
ภาวะแทรกซ้อนของไหล่หลุด
ควรรีบไปพบแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ผู้ที่มีประวัติอาการไหล่หลุดเกิดขึ้นหลายครั้ง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น
  • กล้ามเนื้อหรือเอ็นฉีกขาด
  • เส้นประสาทหรือหลอดเลือดได้รับความเสียหาย
  • อาการไหล่คลอน โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการไหล่หลุดรุนแรงหรือผู้ที่มีประวัติอาการไหล่หลุดเกิดขึ้นหลายครั้ง
ไหล่หลุดสามารถเกิดขึ้นซ้ำได้ โดยขึ้นอยู่กับการสมานแผลของเนื้อเยื่อหลังเข้ารับการผ่าตัดที่บริเวณข้อไหล่ในการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นในครั้งแรก รวมถึงอายุของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปีและในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จะมีโอกาสการเกิดซ้ำของอาการไหล่หลุดได้มากกว่า
การป้องกันไหล่หลุด
ไหล่หลุดมักมีสาเหตุมาจากการกระแทกจากอุบัติเหตุต่าง ๆ รวมถึงการล้มในผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงสามารถป้องกันได้ด้วยการเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้

  • ใช้ราวจับในขณะขึ้นและลงบันได
  • ควรมีชุดปฐมพยาบาลไว้ใกล้ตัวในกรณีฉุกเฉิน
  • ใช้แผ่นกันลื่นในบริเวณที่เปียก เช่น ห้องน้ำ
  • เก็บกวาดบ้านให้โล่ง หรือจัดของให้เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันการสะดุดล้ม
  • ปลูกฝังพฤติกรรมให้เด็กมีความระมัดมะวังมากขึ้น
  • คอยสอดส่องดูแลเด็ก ๆ ในขณะเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันในขณะเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
  • หลีกเลี่ยงการเหยียบหรือยืนในบริเวณที่อาจทำให้ล้มง่าย
  • หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อและข้อต่อ

Friday, August 3, 2018

สารสเตียรอยด์ Steroid "คืออะไร?? สิว ใครคิดว่าไม่สำคัญ!!!






💥สิว ใครคิดว่าไม่สำคัญ💥 

บทความเรื่องสิว ใครคิดว่าไม่สำคัญ💥 บทความเรื่องนี้ เขียนเพื่ออยากชี้เเจงปัญหาเรื่องสิว 
"สเตียรอยด์ " 🙀🙀🙀🙀 เพื่อต้องการให้ทุกท่านทราบ ว่าคืออะไร จะได้เกิดความรู้ที่ถูกต้องในการเกิดเเละการรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อให้เห็นผลจริง เเละอย่างปลอดภัยที่สุดใน การดูเเลรักษาผิวหน้า. ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเเละสำคัญที่สุด เลยก็ว่าได้ "สิวสเตียรอยด์" 😰😰😰 ภัยเงียบจากครีมหน้าใส หน้าขาว อย่างเเรง ยาหมอ ฉีดสิว ต้องอ่าน!!!!มัน สำคัญมาก เเละต้องอ่าน บทความเรื่อง 👩‍⚕️"สิวสเตียรอยด์" ภัยเงียบจากครีมหน้าขาวที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ในการผลิต ไม่มีการควบ คุมดูเเล สูตรเเละการผลิตที่ถูกต้องโรงงานที่ไม่มีการการันตรี ไม่มีการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นครีมยาหมอ ซึ่งมีการเลี้ยงไข้. มีการฉีดสิว. ครีมที่ขายโดยทั่วไปที่ขาวเร็วเกินไปเเต่ทาเเล้วรู้สึกเลยว่าคืนเดียวขาว ใสเเละผิวดูไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกเกินไป ......................... 

😱ใครอยากรู้ ต้องอ่าน!!!! การเขียนบทความเรื่องสิวสเตียรอยด์ในครั้งนี้เรามีแรงบันดาลใจมาจากลูกค้าหลายๆท่าน ที่เป็นสิวสเตียรอยด์และลูกค้าก็ไม่ทราบมาก่อนว่ามีชื่อเรียกสิวประเภทนี้ว่าเป็นมานานมาก จากการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่ใช้อยู่นานเเล้ว เเต่ไม่ทราบ ว่าคุณมีปัญหาอะไร. บ้างก้อมาทำการรักษา ด้วยการทำสปาหน้า กดสิว เเละใช้ผลิตภัณฑ์ ของเรา อาการจึงจะดีขึ้น อย่างเป็นระดับ เเต่ก้อไม่ได้รวดเร็วอะไรมากนักเพราะ บางท่าน ไม่ดูเเลสุขภาพผิว อย่างต่อเนื่อง. ผิวดีขึ้นเเล้วหยุดใช้. หรือไปใช้ ผลิตภัณฑ์.ทั่วไปอีก ทำให้อาจจะรักษาไม่หาย เเละ มีอาการหนักมากขึ้น อีก ในที่สุด "สิวสเตียรอยด์" เป็นได้ไง เกิดจากอะไร เเละรักษายังไง ก่อนอื่นเรามารู้จักสารสเตียรอยด์กันก่อนนคะ.......................... 

💀"สารสเตียรอยด์ Steroid "คืออะไร?? สารที่ในร่างกายเรามีอยู่แล้วนะคะ เป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นจากต่อมหมวกไตนะคะ ซึ่งต่อมนี้จะสร้างฮอร์โมนแอนโดเจน ซึงเป็นฮอร์โมนเพศชาย จะมีการถูกสร้างสูงสุดตอนเราตื่นนอน และถูกสร้างน้อยที่สุดตอนเรา นอน คะ ดังนั้นคนที่นอนดึกๆๆ จะมีลักษณะผิวที่เป็นสิวเช่นนี้มากกว่าคนที่นอนตามเวลาปรกตินอกจากนี้เมื่อออกกำลังกาย หรือในภาวะที่ร่างกายมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า มีบาดแผล ได้รับการผ่าตัด ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่างกายจะหลั่ง Cortisol มากขึ้นเพื่อควบคุมสภาวะเมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผลต่อความสมดุลของเกลือแร่ อิเล็กโทรไลต์ และน้ำ บรรเทาการอักเสบเนื่องจากมีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดผลต่อการเจริญเติบโต การแบ่งเซลล์ กล้ามเนื้อ กระดูก ดังที่กล่าวมาจะพบว่า Steroid มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ร่างกายไม่สามารถขาดสเตียรอยด์ได้เลย ดูรายละเอียดนี้มา Steroid ก็มีประโยชน์กับเรามากนะคะ แต่ทำไมถึงอันตรายก็เพราะสารสเตียรอยด์ที่เราใช้ทา กิน ฉีดนั้น ไม่ได้มาจากร่างกายผลิตคะ มันเป็นสเตียรอยด์สังเคราะห์ จริงๆแล้วสเตียรอยด์สังเคราะห์ทางการแพทย์จะใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาปกติได้แล้วคือรับยาธรรมดาไม่หายแล้ว เรียกง่ายๆคือ อาการหนักแล้ว เท่านั้นคะ แต่ที่ในปัจจุบัน Steroid ถูกนำมาใช้อย่างพร่ำเพลื่อเพราะใช้ Steroid แล้วหายเร็ว เป็นสิว สิวก็หาย หน้าขาว หน้าใส ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วทันใจหนุ่มๆสาวๆ สมัยนี้ แต่นี้คือจุดเริ่มต้นของความอันตรายความสวย ความขาว ความใสในระยะเวลาเพียงสั้นๆนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบ้างเรามาดูกันนะคะ ....................... 

😈สารสเตียรอยด์เราพบได้ที่ไหนบ่อยที่สุดและมากที่สุด 
1/ยาฉีดสิว 
2/ยาทานแก้สิวอักเสบ 
3/ครีมหน้าขาวชนิดเเรง(คืนเดียวขาว)เเละไม่มีขื่อสถานที่ผลิต โรงงานที่ได้มาตรฐานราคาถูกมากๆ สินค้าไม่ได้ขึ้นทะเบียนรับรองอย่างถูกต้อง แต่สารสเตียรอยด์เหล่านี้จะใช้เวลาในการสะสมอยู่ในผิวเป็นไม่เกิน2-3ชั่วโมง. ก้อจะเกิดอาการเเล้วไม่ต้องรอดูผลยาวนานเป็นเดือนเป็นปี หลอกนะคร้าถึงแต่ในปัจจุบันครีมหลายยี่ห้อก็แข่งกันทำความเร็วในการรักษาเลยไม่มีใครยอมสารสเตียรอยด์น้อยกว่าใครเลยคะ ผลก็ทำให้ลูกค้าที่ใช้ครีมหรือยาหมอ เห็นผลได้เร็วขึ้นคะ ที่นี้เราก็จะได้เห็นผลข้างเคียงของความสวยมีความอันตรายและผลข้างเคียงกันนะคะ ....................... 

🙀อาการของคนที่เป็นสิวสเตียรอยด์ หรือ ติดสเตียรอยด์ 
1.ผด ผื่น จะขึ้นง่ายมากคะ 
2.เป็นสิวผด เป็นปื้นๆทั่วยริเวณที่ใช้ครีมเลยนะคะไม่ใช่ขึ้นเป็นจุด 
3.ผิวแดง เหมือนแพ้อะไรมา 
4.มีอาการคันเเละเเสบ ร่วมด้วย เเละอาการเพิ่มขึ้น ๆๆ. มากจนทนไม่ได้ 
5.ผิวบาง และแพ้ง่ายโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็แพ้ เเดง เป็นปื้อ 
6.สิวจะเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วทั้งหน้า บริเวณที่ทาครีมทั้งหมดไม่ขึ้นบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เพราะตัวครีมได้กระจายทั่วไป 
7.สิวอุดตันที่ขึ้นมา กดออกมาจะมีกลิ่นเหม็นเน่าเเละเป็นเส้นสีเหลืองๆๆไม่เป็นสีขาว ถ้าเป็นสีขาวเกิดจากการรักษาผิวหน้าไม่สะอาด เกิดการอุดตันไขมันที่ผิวหนัง (ต้องดูด้วยนะคร้าว่า ถ้ากรณีที่ผิวคุณล้างหน้าไม่สะอาด ก้อเป็นได้เช่นกัน เป็นการอุดตัน ของชั้นไขมันเเละ เชื้อโรค ไม่ใช่สิวสเตียรอยด์ เพียงอย่างเดียว. ) 
8.สิวอักเสบที่มีเม็ดจะใหญ่และเจ็บ และไม่มีหัว จะเป็นอักเสบหัวแดง กว่าจะยุบก็ใช้เวลานานมากบางเม็ดนานกว่า 2เดือน เป็นๆหายๆ 
9.สิวจะขึ้นเห่อ มากๆๆมีอาการอักเสบร่วมด้วย อาการเเบบนี้ ต้องใช้ ยาเเก้อักเสบ มาช่วยลดอาการเเพ้ เเละ ไม่ให้อักเสบ ลุกลามถึงขั้นมีหนอง 
10.สำหรับคนผิวมัน หน้าจะมันขึ้น หลังหยุดใช้สเตียรอยเเต่งหน้าไม่ติด 
11.ผิวจะดูเหี่ยวเร็ว เพราะสเตียรอยด์จะเข้าไปทำลายการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ ผิวคุณหยุดการสร้างคลอลาเจนได้

ข้อมูลจาก Brite clinic คลินิกความงามอันดับ 1 ภูเก็ต

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Herborg




             จากการศึกษาและได้ร่วมวิจัย   สมุนไพรคาวตอง ในแนวทางของเภสัชศาสตร์สเต็มเซลล์มากกว่า 16 ปี โดยการพัฒนาเภสัชศาสตร์ สารใหม่ๆจากสมุนไพรคาวตอง  ผ่านวิธีการหมักแบบชีวภาพที่ควบคุมระบบนิเวศน์ในถังหมักแบบเฉพาะและการทำให้แห้งโดยไม่ผ่านความร้อน ( Dynamic Freeze Drying )จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความภาคภูมิใจของทีมวิจัยของคนไทย ที่มีเภสัชกรอุดม รินคำ ร่วมวิจัย  และนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ Herborg

             ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตร การผลิต สมุนไพรคาวตอง โดยได้รับอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับสมุนไพรคาวตอง  2 ใบ และได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด
มีส่วนประกอบของพลูคาวสกัด และสารเบต้าคลูแคน
·  ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK CELL (เซลล์(Natural Killer Cells)  ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพราะ และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ
·       ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ
·       ช่วยปรับสมดุลการทำงานอวัยวะต่างๆของร่างกาย


******** เลขที่อย. 24-1-09957-1-0091

******** ราคา 1,950 บาท  โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1

******** ค่าส่งนิ่มซี่เส็ง 150 บาท


******** สั่งซื้อสินค้า คลิกแอดไลน์เลย


สอบถามเพิ่มเติม >> คลิกแอดไลน์เลย


ซีเบี่ยม เอเคเอ็น - ครีมบำรุง ลดโอกาสการเกิดสิว สำหรับผิวผสม-ผิวมัน 30 มล. / Moisturizers

ราคพิเศษเพียง 720 บาท จากเดิม 900 บาท สั่งซื้อเลย !!!

  • ครีมบำรุง สำหรับผิวเป็นสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ช่วยลดและป้องกันสิว พร้อมสลายสิวหัวดำ
  • ช่วยควบคุมและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้า
  • ไม่ก่อให้เกิดรูขุมขนอุดตัน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้
BIODERM Sébium AKN สำหรับ ผิวมัน-ผิวผสม
Biologically prevents the mild to moderate blemishes.
ทรีทเมนต์สำหรับผิวเป็นสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือสำหรับป้องกันสิวในผิวมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

คุณสมบัติ
คืนความสมดุลให้ชีววิทยาในผิว ควบคุมความมัน ลดการสะสมของชั้นไขมันและเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ อัน
เป็นสาเหตุของการอุดตันในรูขุมขนและการอักเสบ ช่วยสลายสิวหัวดำและลดการเกิดใหม่ของสิวได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปรับสภาพผิวให้เนียนเรียบ แข็งแรงมาพร้อมเนื้อแมทบางเบา ทาแล้วไม่มัน
ไม่เหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน

วิธีใช้
ทา ซีเบี่ยม เอเคเอ็นลงบนผิวหลังล้างหน้าด้วยซีเบี่ยม เจล มูซองหรือเช็ดทำความสะอาดด้วย
ซีเบี่ยม เอชทูโอ
ใช้ทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง
สามารถทาทับบนเมคอัพได้ หลีกเลี่ยงผิวบริเวณรอบดวงตา

** แถมฟรี **
(1) BIODERMA Sébium H2O สำหรับ ผิวมัน-ผิวผสม
Miracle cleansing, MICELLAR WATER (Non-Rinse) Cleanse, purifies and limits sebum
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรน้ำสำหรับผิวผสม-ผิวมัน ช่วยทำความสะอาดความมันส่วนเกิน
พร้อมป้องกันการเกิดสิวใหม่ด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ลดการสะสมของไขมันที่หนาตัวขึ้น ลดการสะสม
ของเซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ให้อุดตันรูขุมขน โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง พร้อมต่อต้านแบคทีเรีย
คืนความสะอาด สดชื่นให้ผิว
(2) BIODERMA Sébium Gel Moussant สำหรับ ผิวมัน-ผิวผสม
Purifying foaming gel
ช่วยขจัดความมันส่วนเกินออกจากผิวได้อย่างล้ำลึกด้วยเนื้อโฟมเนียนละเอียดนุ่มนวลผิว
พร้อมรักษาสมดุลของต่อมไขมันและป้องกันปัญหาสิว ลดความมันและต้านเชื้อแบคทีเรีย
รวมถึงรูขุมขนอุดตันอย่างอ่อนโยนแม้บริเวณผิวรอบดวงตา ปราศจากสารตึงผิว อ่อนโยนแม้บริเวณรอบ
ดวงตาที่บอบบางแต่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
ไม่มีสารพาราเบน ไม่มีสารแต่งสี
(3) BIODERMA Photoderm AKN Mat SPF 30
A dual-action matifying fluid
กันแดดเนื้อแมทบางเบา ปกป้องสูงด้วยระบบ Dual action พร้อมป้องกันการเกิดสิวครบครันในหนึ่งเดียว


สำหรับคนผิวผสมถึงผิวมัน มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย หรือมีสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง ช่วยปกป้องแสงแดดยาว
นานอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุม UVA/ UVB ด้วย CELLULAR BIOPROTECTION® ช่วยต่อต้าน
อนุมูลอิสระที่ทำลายผิว ลดการเกิดจุดด่างดำและชะลอผิวแก่ก่อนวัย มาพร้อม Mattifying microparticles
ช่วยดูดซับ sebum ส่วนเกิน ทำให้ผิวหน้าไม่มันวาว  ด้วยเนื้อเบาสบาย ไม่ทิ้งคราบหรือความมัน
สูตรกันน้ำ คงทนต่อแสง แต่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่อุดตันรูขุมขน ไม่มีสารที่ก่อให้
เกิดอาการแพ้ มี SPF30/UVA 13


ใครเคยทานสมุนไพรพริมแทนการอยู่ไฟบ้าง..กระทู้ใน Pantip





ใครเคยทานสมุนไพรพริมแทนการอยู่ไฟบ้าง..กระทู้ใน Pantip


ตอบ 1

... ขอชี้แจงเรื่องที่อาจเข้าใจผิดนะคะ 
พริมไม่ใช่ยาลดความอ้วนหรือยาลดน้ำหนักค่ะ 
แต่เป็นยาสมุนไพรที่ดูแลสุขภาพองค์รวมค่ะ จะช่วยตั้งแต่เรื่องการปรับสมดุลร่างกายตั้งแต่การขับน้ำคาวปลา ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ไว ซึ่งจะทำให้หน้าท้องยุบไว
ช่วยให้ระบบการหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น เมื่อระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น การทำงานระบบต่างๆของร่างกายก็ดีขึ้น ส่งผลถึงผิวพรรณภายนอก มีสมุนไพรช่วยบำรุงน้ำนม เมื่อคุณแม่ให้นมน้ำนมมากขึ้น การทำงานของร่างกายดีขึ้น ส่งผลให้เกิดการเผาผลาญและดึงพลังงานไปใช้ได้ดีขึ้น น้ำหนักก็ลดลงเร็วขึ้น

ส่วนตัวกินพริมค่ะ ถามว่าท้องยุบมั๊ย หน้าท้องที่เกิดจากการตั้งครรภ์ยุบค่ะ สุขภาพโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ ปวดเมื่อยดีขึ้น น้ำนมพุ่งเยอะเลอะเทอะเห็นชัดเจนค่ะ.

ตอบ 2

เราทานพริม สมุนไพรแทนการอยู่ไฟคะ เป็นสมุนไพรแบบแคปซูล มีอย ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิต แม่ให้นมลูกทานได้ชอบตรงนี้แหละ ทานง่าย ไม่มีแอลกอฮอล์ ทานแล้วน้ำนมมาดีมากๆ  คลอดมานาน4เดือน ทานไป2กล่องพุงยุบชัดเจน น้ำหนักเหลือเท่าเดิม ท้อง2ไม่พลาดแน่นอนค่ะ

ตอบ 3

ส่วนตัวเองเลยอยู่ไฟนะคะ ทั้ง 2 ท้องเลย ท้องแรกก็รู้สึกว่าดีขึ้นมากในตอนท้องแรกคนที่ทำให้ทำแบบโบราณเลย (คนทำอายุ 90+) แต่นวดทีนึงนี่แรงดีมาก เพราะคุณยายที่ทำให้เขารู้จุด บอกปวดตรงไหน กดทีนึงตัวบิดเลย เจ็บแต่ดีสุดๆ หายปวดเลย รู้สึกโล่ง สบายมาก ตอนอาบน้ำยายเข้าไปด้วย ขัดตัวให้หมด ให้เราแก้ผ้าเลย
พอท้อง 2 อยู่ไฟกับเจ้าดังเจ้านึง 7 วัน แต่กลับรู้สึกไม่โอเคเท่าไร อาจเป็นที่วิธีการและคนที่ทำด้วยดูเหมือนเขารีบๆ และประสบการณ์ยังไม่แน่นเท่าไร นวดก็ไม่หายเมื่อย บอกเขาก็บอกกลับมาต้องทำอย่างอื่นต่อ เดี๋ยวไม่ทัน!!!! เราก็เซ็งนะ ก็ทำๆให้มันจบๆไป เพราะเกรงใจคนช่วยเลี้ยงน้องด้วย 
ตอนหลังเลยหันมากินสมุนไพรที่ช่วยดูแลฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดเสริมแทน สรรพคุณเคลมว่าใช้แทนการอยู่ไฟได้ ลองแล้วไม่เสียใจนะ อาการที่ค้างอยู่นึกว่าอยู่ไฟแล้วจะหาย ที่เคยปวดตามข้อ และหลัง ก็ดีขึ้นหลังจากกินไป น้ำนมเยอะขึ้นด้วย ที่สำคัญคือมาตรฐานสูง และไม่มีโปรตีนกลุ่มเสี่ยง ไม่ใช่พวกลูกซัดเพราะลูกเราแพ้ถั่ว เราว่าดีนะ อันนี้เลย 

มาดูคุณสมบัติของ Prim พริม สมุนไพรแทนการอยู่ไฟ ฟื้นฟูสุขภาพหลังหลอด เพิ่มน้ำนม หน้าท้องยุบ แก้หนาวใน ให้นมบุตรได้ 100% 
สั่งซื้อที่ Lazada Online ส่งฟรี เก็บเงินปลายทาง ไม่พอใจยินดีคืนเงิน ราคาพิเศษเพียง 1,590 บาท
พริม สมุนไพรแทนการอยู่ไฟ สกัดสมุนไพรเกรดพรีเมี่ยมชนิดแคปซูล ทะเบียนยาเลขที่ G 672/59 
- ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำตาล ไม่มีเสตียรอยด์ ไม่มีส่วนผสมของ 5 อาหารกลุ่มเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ นมวัว ถั่ว ไข่ แป้งสาลี อาหารทะเล

คุณสมบัติ
1. ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติ 100%
2. ผลิตด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้ มาตรฐานการผลิตยุโรปGMP PIC/S
3. ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากสถาบัน IFRPD
4. ช่วยขับน้ำคาวปลา ให้มดลูกเข้าอู่ไวมาก กระชับช่องคลอด กำจัดกลิ่นคาวจากภายใน
5. แก้ปัญหาท้องป่อง พุงไม่ยุบ มดลูกลอย มดลูกหน่วง
6. ช่วยฟื้นฟู ปรับสมดุลธาตุ บำรุงร่างกายคุณแม่หลังคลอด
7. ให้ร่างกายอบอุ่น บำรุงเลือด ฟอกเลือดเสีย แก้โลหิตจางจากการเสียเลือดจากการคลอดบุตร
8. ป้องกันอาการหนาวใน ปรับสมดุลธาตุไฟ
9. แก้ฮอร์โมนผิดปกติ สิว ฝ้า หน้าหมอง ผิวกร้าน รักแร้ดำ ขาหนีบดำ คอดำ ระหว่างตั้งครรภ์
10. ช่วยปรับฮอร์โมนร่างกายให้เป็นปกติ แก้ปัญหา อารมณ์หงุดหงิด ซึมเศร้า หมดอารมณ์ทางเพศ ช่องคลอดแห้ง
11. แก้ปัญหาปวดท้อง ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเรื้อรัง ประจำเดือนมาไม่ปกติ
12. บำรุงน้ำนม ให้นมมามาก ไม่เหม็นสาบคาว
13. แก้ปัญหาลมพิษ เลือดลมไม่ดี เนื่องจากไม่ได้อยู่ไฟ หรือเลือดไหลเวียนไม่ปกติ
14. ช่วยแก้ปัญหามดลูกบาง เคยผ่านการขูดมดลูกหรือมีบุตรยาก


"พริม"ทานเพียงครั้งละ 1 แคปชูล เช้า-เย็น ทานหลังอาหารคะ 1 แคปซูลเทียบเท่ากับดื่มยาสมุนไพรทั่วไป 1 แก้ว 1 กล่อง มี 40 แคปซูล ทานได้ 20 วันคะ
ต้องทานอย่างไร นานแค่ไหน 
สำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติ 7 วัน หรือหลังแผลหาย สามารถทานพริมได้ ครั้งละ 1 เม็ดเช้า-เย็น ต่อเนื่องอย่างน้อย 20 วัน รับประกันเห็นผลภายใน 1 เดือน (1-2 กล่อง) 
สำหรับคุณแม่ผ่าคลอด 30- 45 วัน หรือหลังแผลหาย สามารถทานพริมได้ ครั้งละ 1 เม็ดเช้า-เย็น ต่อเนื่องอย่างน้อย 20 วัน รับประกันเห็นผลภายใน 1 เดือน (1-2 กล่อง)
สำหรับคุณแม่ที่คลอดมานานเกิน 1 ปี แนะนำให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วัน หรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น ไม่เกิน 3 เดือน การันตีเห็นผลตั้งแต่กล่องแรก (2- 3 กล่อง)
สำหรับคุณแม่ที่คลอดมานานเกิน 3 ปี แนะนำให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 60 วัน 3 เดือน (3กล่อง)
ปัญหากวนใจคุณแม่หลังคลอด
1.ปัญหาน้ำนมแนะนำให้ทาน ต่อเนื่อง 1 เดือน ขึ้นไปคะ ไม่เกิน 2 กล่อง น้ำนมก็มาเพียงพอแล้วคะ
2. ปัญหาฮอร์โมน สิวฝ้า ผิวหมอง รักแร้ ขาหนีบ คอดำ ทาน 1-2 เดือน 2 กล่องขึ้นไปคะ
3. ปัญหามดลูกหย่อน ท้องป่อง หน้าท้องไม่ยุบ ทาน 1-2 เดือน 2 กล่องขึ้นไปค่ะ
4.ปัญหาปวดเรื้อรังบริเวณหลัง เอว สะโพก ช่วงก่อนหรือหลังมีประจำเดือน หรือปวดเป็นประจำ แนะนำให้ทานต่อเนื่อง 2 เดือน หรือ 3 กล่องขึ้นไปคะ
5. เน้นเรื่องระบบภายใน กระชับช่องคลอด กระชับหน้าอก บำรุงผิวพรรณ แนะนำให้ทานต่อเนื่อง 3 เดือน หรือ 4กล่องขึ้นไปคะ
"พริม" ทานแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงภายในกล่องแรก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแนะนำให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน

คำแนะนำเพิ่มเติม 
1.ผู้ป่วยมีไข้,สตรีมีครรภ์ ไม่ควรรับประทาน
2.ไม่ควรทานร่วมกับยาแอสไพริน
3.ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว G6PD 
 g6pd คืออาการแพ้ถั่วและหลอดเลือดเปราะบางทานยาแก่ปวดไม่ได้ ตัวยาสมุนไพรในพริมอาจจะมีอนุพันธ์เดียวกันกับยาแก้ปวดเพื่อความปลอดภัยของน้องที่ป่วย (หากน้องหย่านมแล้วคุณแม่สามารถทานได้ค่ะ)
- ความดันโลหิตสูง
- เบาหวาน
- ไทรอยด์
- มะเร็ง(เนื่องจากอาการต่างๆมีการจ่ายยาหลายชนิดเพื่อรักษาตามอาการ ซึงไม่สารถระบุชนิดยาที่มีผลข้างเคียงต่อฤทธิ์ยาสมุนไพรในพริมได้) 
4.ไม่ควรทานร่วมกับยาสตรี (ที่มีแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์ร้อนเสริมกันอาจจะทำให้ร่างกายร้อน เป็นไข้ร้อนในได้ )
5. ผู้ที่แผลผ่าตัดยังไม่หาย มดลูกอักเสบ มีประวัติแท้ง ตกเลือด แนะนำให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างน้อย 1-3 เดือนจึงสามารถทานพริมได้
คำแนะนำ เพิ่มเติม
ควรดื่มน้ำมากๆระหว่างวันนะคะ ช่วงอาทิตแรกๆ ที่ทานพริม ภายร่างกายจะร้อน เหมือนมีไข้เล็กน้อย ตัวลุม ๆ คอแห้งมากกว่าปกติ หากคุณแม่ให้นมด้วยร่างกายจะยิ่งต้องการน้ำมากเป็นพิเศษ  แนะนำ ดื่ม 2-3 ลิตรต่อวัน หรือ ประมาณ 2 ขวดน้ำใหญ่ค่ะ 
ส่วนใหญ่แล้วพอ2 อาทิตย์ขึ้นไปแล้วร่างกายจะเริ่มปรับตัวได้เป็นปกติ ก็จะไม่ร้อนแล้วค่ะ 
เคล็ดลับการทานพริมให้ได้ผลดี คืองดทานของรสเย็น น้ำเย็นน้ำแข็ง ไอศกรีม ฟักแฟง แตงกวาแตงโม สาลี่ ของแสลง หมักดอง แอลกอฮอล์ อาหารหวานจัด มันจัด ค่ะ หากงดได้จะได้ผลดีมากค่ะ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Herborg




             จากการศึกษาและได้ร่วมวิจัย   สมุนไพรคาวตอง ในแนวทางของเภสัชศาสตร์สเต็มเซลล์มากกว่า 16 ปี โดยการพัฒนาเภสัชศาสตร์ สารใหม่ๆจากสมุนไพรคาวตอง  ผ่านวิธีการหมักแบบชีวภาพที่ควบคุมระบบนิเวศน์ในถังหมักแบบเฉพาะและการทำให้แห้งโดยไม่ผ่านความร้อน ( Dynamic Freeze Drying )จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความภาคภูมิใจของทีมวิจัยของคนไทย ที่มีเภสัชกรอุดม รินคำ ร่วมวิจัย  และนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ Herborg

             ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตร การผลิต สมุนไพรคาวตอง โดยได้รับอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับสมุนไพรคาวตอง  2 ใบ และได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด
มีส่วนประกอบของพลูคาวสกัด และสารเบต้าคลูแคน
·  ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK CELL (เซลล์(Natural Killer Cells)  ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพราะ และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ
·       ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ
·       ช่วยปรับสมดุลการทำงานอวัยวะต่างๆของร่างกาย


******** เลขที่อย. 24-1-09957-1-0091

******** ราคา 1,950 บาท  โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1

******** ค่าส่งนิ่มซี่เส็ง 150 บาท


******** สั่งซื้อสินค้า คลิกแอดไลน์เลย


สอบถามเพิ่มเติม >> คลิกแอดไลน์เลย

น้ำมันงา ราชันย์แห่งธรรมชาติ !!!




น้ำมันงา 1 หยด

วันนี้ตอนบ่ายพาลูกชายไปซื้อรองเท้า 1 คู่ เถ้าแก่ร้านรองเท้าก็ดูที่เท้าของเด็กแล้วก็พูดขึ้นมาว่า "ทำไมมีตุ่มแดงเต็มไปหมดเลยล่ะ" ฉันก็ได้แต่จำใจบอกว่าเพราะยุงเยอะมากจริงๆ มีสเปรย์น้ำกันยุงที่ขายตามท้องตลาดทุกบริษัทก็บอกว่าเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แต่ข้างในก็มีส่วนผสมของสารเคมีอยู่ดี ถึงแม้ฉันจะซื้อมาใช้แล้ว1ขวด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอามาใช้

เถ้าแก่เลยบอกวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุด ปลอดภัยที่สุด และเป็นวิธีเก่าแก่ที่สุดวิธีหนึ่งให้กับฉัน

เขาบอกว่า พวกเขามักจะไปปีนเขาบ่อยๆ บนเขามียุงเยอะมาก แต่เขาใช้เพียงน้ำมันงา1หยดหยดลงบนฝ่ามือ ใช้มือทั้ง2ข้างมาประกบกันถูเล็กน้อย จากนั้นก็ไปปะที่บนมือและขา ทาจนกระทั่งน้ำมันงาที่มือหมดไป แต่ยังคงหลงเหลือกลิ่นของน้ำมันงา ก็นำไปปะที่ใบหน้าเบาๆ จากปีนเขาขึ้นไปจนปีนลงมาแล้ว ยุงตัวไหนก็ไม่กล้าเข้ามาใกล้เลยล่ะ เมื่อฉันได้ฟังวิธีนี้แล้วก็ดีใจเป็นอย่างมาก

กลับถึงบ้านฉันก็เลยทำการทดสอบเอาน้ำมันงามาทาหน้าทามือทาเท้าให้กับลูกชาย โอ้พระเจ้า! คาดไม่ถึงว่ายุงร้าย3ตัวที่เอาแต่จะเข้ามากัดลูกฉัน พวกมันกล้าเพียงบินโฉบไปมาบริเวณรอบๆตัวลูกชายเท่านั้น เสมือนว่ามีเกราะป้องกันหุ้มเค้าไว้ชั้นนึงทันทีเลย ผ่านไป5นาทียุงก็ยังคงบินอยู่ที่เดิม แต่ก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้ สุดท้ายฉันก็ไม่นึกเลยว่ามันจะบินมากัดคุณแม่ผู้ทำการทดสอบอย่างฉันที่อยู่ข้างๆ เพราะว่าฉันยังไม่ได้ทานั่นเอง

วิธีนี้มีผลลัพธ์ที่ดีมากเลยจริงๆ
ฉันรู้สึกดีใจมากๆ ตอนนี้ได้น้ำมันงา1ขวดจิ๋วพกติดตัวไว้ตลอด เพียงแค่ใช้ทีละหยดเท่านั้นเอง ทาที่ร่างกายนิดหน่อยก็ไม่มัน ทั้งยังมีกลิ่นหอมๆของน้ำมันงาด้วย

นี่จึงเป็นการค้นพบวิธีดั้งเดิมในการป้องกันยุงที่เป็นธรรมชาติที่สุดและปลอดภัยที่สุด สามารถพกติดตัวได้ อีกทั้งไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินอีกต่อไป ในเมื่อมีประโยชน์ขนาดนี้ก็ลองเอาไปใช้ดูนะคะ อย่าได้ทำให้ตำราสมุนไพรในแพทย์แผนจีนสูญหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายด้วย!


น้ำมันงา1หยด=อย่าได้ทำให้ตำราสมุนไพรในแพทย์แผนจีนสูญหายไป

น้ำมันงา ดำ สกัดเย็น ธรรมชาติ 100% (100 มล.) Virgin Sesame Oil : สารเซซามินรักษาโรคข้อเสื่อม กระดูกพรุน ลดความดัน ผมดกดำ คนรักสุขภาพ...หาซื้อได้ตามร้าน Boots Watson หรือสั่งจาก Lazada Online ส่งถึงบ้านได้เลย !!!


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Herborg




             จากการศึกษาและได้ร่วมวิจัย   สมุนไพรคาวตอง ในแนวทางของเภสัชศาสตร์สเต็มเซลล์มากกว่า 16 ปี โดยการพัฒนาเภสัชศาสตร์ สารใหม่ๆจากสมุนไพรคาวตอง  ผ่านวิธีการหมักแบบชีวภาพที่ควบคุมระบบนิเวศน์ในถังหมักแบบเฉพาะและการทำให้แห้งโดยไม่ผ่านความร้อน ( Dynamic Freeze Drying )จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความภาคภูมิใจของทีมวิจัยของคนไทย ที่มีเภสัชกรอุดม รินคำ ร่วมวิจัย  และนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ Herborg

             ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตร การผลิต สมุนไพรคาวตอง โดยได้รับอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับสมุนไพรคาวตอง  2 ใบ และได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด
มีส่วนประกอบของพลูคาวสกัด และสารเบต้าคลูแคน
·  ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK CELL (เซลล์(Natural Killer Cells)  ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพราะ และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ
·       ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ
·       ช่วยปรับสมดุลการทำงานอวัยวะต่างๆของร่างกาย


******** เลขที่อย. 24-1-09957-1-0091

******** ราคา 1,950 บาท  โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1

******** ค่าส่งนิ่มซี่เส็ง 150 บาท


******** สั่งซื้อสินค้า คลิกแอดไลน์เลย

สอบถามเพิ่มเติม >> คลิกแอดไลน์เลย