Friday, June 8, 2018

อ่านประสบการณ์จริงของผู้ที่รอดชีวิตจากมัจจุราชที่ชื่อ มะเร็ง ที่ทุกคนกลัว กลับเป็นปรกติกว่า 10 ปีแล้ว!!!


อยู่ได้ด้วยกำลังใจและสมุนไพรช่วยชีวิต…
                                                                       โดย...ผอ.ศิริลักษณ์  จันทรมานนท์

หลังจากผ่าตัดลำใส้ใหญ่ที่มีก้อนเนื้อไปเกือบฟุต ณ รพ. พระมงกุฎฯ   
เมื่อวันที่  31  มี.ค. 2549      โดยมี
ลูกชาย ลูกปู (วรพล)  และ ลูกปลา (รุจนวัตน์)     คอยสับเปลี่ยนกันมาดูแลล้างแผลและให้กำลังใจคุณแม่ทุกวันจนออกจาก รพ.ในวันที่ 6 เม.ย.49 ไปพักฟื้น...  หลังพักฟื้นพร้อมทั้งทำใจรอฟังผลก้อนเนื้ออีกสิบกว่าวัน...   ในวันที่ 24 เม.ย.49  ลูกปูพาคุณแม่ไปฟังผลแต่เช้าทันทีที่ถึงคิว...เสียงพยาบาลเรียก...เชิญคุณศิริลักษณ์ค่ะ.. เข้าไปพบหมอ
ประโยคแรก...คุณหมอถามหาญาติ คือลูกปูให้เข้ามาฟังผลด้วย... ณ วินาทีนั้น ดิฉันรู้ได้ทันทีว่าต้องไม่ใช่ข่าวดีแน่.. “คุณเป็นมะเร็งระยะสาม...เดี๋ยวผมจะส่งตัวขึ้นไปพบหมอด้านมะเร็งเพื่อวางแผนการรักษาชั้นบน...”
                ดิฉันได้พบกับคุณหมอผู้หญิงในโอกาสต่อมา...หมอให้เลือกใน  3  แผนการรักษา  ดิฉันตัดสินใจเลือกการใช้ยาเคมีบำบัด  12 ครั้ง แทนการทานยา และการให้เคมี  6  ครั้ง       ซึ่งการเลือกแผนนี้เป็นแผนที่มีเปอร์เซ็นการกลับมาเป็นอีกน้อยที่สุด...แต่เข้มข้น  ที่สุด...
                ดิฉันได้โอนการรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดไปที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดมีลูกสาว (นวิยา)  ญาติ ๆ และ  ลูกศิษย์ลูกหามากมาย        เพราะสงสารลูกชายทั้งสองเนื่องด้วยเพิ่งได้งานใหม่ทั้งคู่ เกรงจะเป็นกังวล  ดิฉันเข้ารับยาเคมีบำบัด  (ครีโม)  ครั้งแรกเมื่อวันที่  27  เม..ย. 2549  และต้องรับยาทุก ๆ 10 -15  วัน      โดยอยู่ในความดูแลของอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญโรคมะเร็งลำใส้โดยตรง นพ.ไพศิษฎ์ ศิริวิทยากร ...คุณยายคุณตาดูจะเป็นกังวลมากที่สุด...   แต่ดิฉันเองพยายามที่จะไม่บ่นเจ็บปวดหรือมีน้ำตาให้เป็นกังวลกับคุณยายคุณตาและลูก ๆ     แต่ละครั้งดิฉันต้องนอนนิ่ง ๆ  ให้ยาเคมีไหลเข้าสู่ร่างกาย...เป็นเวลา 3-4  วัน ไหนจะต้องพยายามดูแลเปลี่ยนถุงและทำความสะอาดลำใส้หน้าท้อง พยายามอดทน และให้กำลังใจตนเองด้วยหลักธรรมะ สมาธิและเพลง บรรเลงนิพพาน (สวรรค์ 7 ชั้น)   ซึ่งลูกปลาได้หาซื้อ  MP 3  ให้แม่ใส่เพลงนิพพานที่ครูกระปุก (คลองไผ่) ซื้อมาให้และบันทึกนิทานธรรมะที่น้องจิ๋ม (นวมินทร์)หามาจากเวปไซด์ (กรรมพยากรณ์ 1-2 และ เสียดายคนตายไมได้อ่าน)   ทำให้ดิฉันบรรเทาความเจ็บปวดและทุรนทุรายได้เป็นอย่างมากทีเดียว
                ...ประมาณ เดือน ก.ย.  2549  เป็นการให้ครีโมครั้งที่  9  ครั้งนั้นดิฉันทรมาณมาก  เส้นเลือดที่แขนทั้งสองไหม้  ลูกศิษย์ที่เป็นพยาบาล ต้องแทงเข็มหาเส้นใส่ครีโมถึง 3-4 ครั้ง   น้ำหนักลดลงเหลือ  35  กก. จากเดิม  42 กก.  ทานอาหารไม่ได้  จนต้องขออาจารย์หมอหยุดให้ยา   แต่คุณหมอขอร้องให้อดทนอีกต่อไป...   และคงเป็นบุญกุศลสำหรับดิฉัน..  ดิฉันได้รู้จักยาสมุนไพรแผนโบราณ 
(ไปดูกันว่าเป็นยาโบราณใด มีสรรพคุณอย่างไร ทานอย่างไร ซื้อหาได้ที่ไหนสะดวก... Click เพื่ออ่าน) ซึ่งตัวยาทำจาก  พูลคาว  เห็ดหลินจือ และกระชายดำ   จากการแนะนำของเพื่อนผู้น้อง (อ.สถาพร ม.สุรนารี) ที่เป็นวิทยากรด้วยกัน...    การให้ครีโมครั้งที่ 9 เสร็จสิ้นอย่างทุกข์ทรมาณที่สุดในชีวิต...ได้อุทิศส่วนกุศลให้สรรพสัตว์ สรรพชีวิต ที่ได้กระทำ และอธิษฐานจิตว่าถ้าหายจากโรคภัยครั้งนี้  จะลาออกจากราชการ มาถวายงานในเบื้องพระยุคลบาท ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพียงอย่างเดียว   และหลังจากออกรพ. ครั้งที่ 9    ดิฉันก็ขอน้องสะไภ้ (น้องแจ๋ว) ไปตามหาสมุนไพรที่ อ.สถาพร ได้แนะนำ...   รีบหามาทาน ๆ ๆ หลังอาหาร  3  มื้อ มื้อละ 30  cc. ตามคำบอก     ...ดิฉันฟื้นตัวได้อย่างแทบไม่น่าเชื่อ...เพราะสังเกตตัวเองในการให้เคมีบำบัดหรือครีโมครั้งที่  10...11...12         ดิฉันแข็งแรงขึ้นมาก...ไม่เจ็บปวด...ไม่ทุรนทุราย...ทานข้าวได้ใน รพ.      เมื่อเสร็จสิ้นการรับยาครีโม ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่  5  พ.ย.2549  ฟักฟื้นเพียง  9  วัน   ดิฉันก็กลับไปทำงานที่โคราชในวันที่  14 พ.ย.49   แต่ทานยาลดลงเหลือ  2  มื้อ  และเมื่ออาจารย์หมอให้ทำ CT สแกนน์ เพราะครบ 1 ปีของการ

-2-

ผ่าตัด   ในวันที่ 30 เม.ย.50   ก็พบว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ   ทุกวันนี้...ดิฉันแข็งแรง  สามารถวิ่งรอบสนามฟุตบอลได้  3-4 รอบ   โดยไม่เหนื่อยน้ำหนักขึ้นมาเท่าเดิม  42  กก. ไม่เคยป่วยเป็นอะไรเลย     โดยเมื่อพบอาจารย์หมอครั้งล่าสุดในวันที่   6 ส.ค.50  นี้  อาจารย์หมอชมว่า...ดี เยี่ยม  (ดิฉันต้องอยู่ในความดูแลของอาจารย์หมออีก 5 ปี  ดูการกลับมาเป็นอีก)   ดิฉันจึงอยากบอกว่า...อยู่ได้ด้วยกำลังใจ (จากทุกๆคน)  และสมุนไพรคาวตอง

ภาค 2    เมื่อวันที่  10 ธันวาคม 2555   ณ บ้านแสนสราญ บ้านของเพื่อน PRC (เอ็ดดี้ และริบูรณ์)
                ผ่านมาเกือบ 7 ปี   หลังผ่าตัด...ให้ครีโม...พบอาจารย์หมอเป็นระยะ ๆ ทุก 3-4 เดือน  และทุกเดือน มีนาคม อาจารย์หมอจะให้ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Whole abdomen CT)   เมื่อเดือนมี.ค. 2555 เป็นครั้งล่าสุดที่ผ่านการ CT ซึ่งผลก็ออกมาไม่มีการแพร่กระจาย  อาจารย์หมอบอกว่า 95%     ที่ไม่กลับมาแน่นอน แต่ให้แน่ใจขอ CT อีกปี...จากการพบอาจารย์หมอเมื่อวันที่ 30 ก.ค.ปี 2555  นี้   ดิฉันปรึกษาเรื่องการผ่าตัดเพื่อต่อลำใส้ตามที่หมอเคยถามว่าจะเอาเข้าหรือไม่...ดิฉันก็มาคิดดูแล้วว่า...น่าจะลองผ่าตัดอีกครั้ง เพราะตัวเองก็รู้สึกแข็งแรงขึ้นมาก...น้ำหนักก็ขึ้นมาเกือบ  47  กก. แล้ว  และไม่เคยเจ็บป่วยใช้ยารักษาอีกเลย   (ใช้สมุนไพรตัวเดิมเพียงอย่างเดียว วันละ 30 cc.)แต่ก็ยังก้ำ ๆ กึ่ง ๆ ไม่รู้จะตัดสินใจ “เก็บลำไส้” หรือไม่??    อย่างไรก็ตามอาจารย์หมอก็ให้ไปเอาประวัติการผ่าตัดที่ รพ.พระมงกุฎฯ มา    ทั้งนี้เพราะไม่ทราบว่าลำใส้ส่วนปลายที่ตัดอยู่ที่ใด    พร้อมกับให้ส่องกล้องดูความเรียบร้อยภายใน ณ รพ.มหาราช ชม.ด้วย...
                ... และครั้งนี้ก็เป็นช่วงเวลาอีกครั้งหนึ่งที่ต้องเจ็บตัว...     การส่องกล้อง...ลำใส้ เป็นไปด้วยความเจ็บปวด
ขณะนั้นก็ได้แต่อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์อีกครั้ง...  และเมื่อนำประวัติจาก รพ.พระมงกุฏมาพบอาจารย์หมอในวันที่  27   สิงหาคม 2555  ผลวินิจฉัยของอาจารย์หมอที่ใช้ประวัติของ รพ.พระมงกุฎ และผลจากการส่องกล้องพบว่า...ลำใส้ใหญ่ที่ตัดเหลือสั้นเกินไป    ต้องนำลำไส้เล็กมาต่อ หรือไม่ก็ต้องนำลำไส้ใหญ่ที่
ต้องเลาะออกจากผนังช่องท้องดึงมาต่อส่วนปลาย  ซึ่ง “จะต้องเสียระบบการขับถ่ายอย่างมาก”    ...มันทำให้การตัดสินใจของดิฉัน ซึ่งตอนแรก ๆ ก็คิดว่าน่าจะอยู่อย่างคนปรกติเสียที...ตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่า...อยู่อย่างเดิมนี้ดีกว่ามีถุงหน้าท้อง...เบิกราชการก็ได้ เสียส่วนเกินนิดหน่อย...อยู่กับเขามาตั้งเกือบเจ็ดปีแล้ว...
                ...ปัจจุบัน  ดิฉันก็ยังแข็งแรง...ดูจะแข็งแรงกว่าเมื่อครั้งปฏิบัติราชการอยู่  ทำหน้าที่เป็นคุณยาย ของหลาน 2 คน  และกำลังจะเป็นคุณย่าของหลานในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 นี้อีก...ชีวิตเป็นสุข   ได้สนองงานพระราชดำริฯตามที่ได้อธิษฐานจิตไว้ก่อนหายป่วย   ...ลูก ๆ ก็มีงานทำ และทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  ...เป็นกำลังใจให้แม่ทำงานอย่างเป็นสุข...
                สุดท้าย...ดิฉันอยากให้กำลังใจผู้ที่กำลังป่วย...  โดยเฉพาะด้วยโรคมะเร็ง...ให้ท่านต่อสู้ ๆ ๆ โรคร้ายให้ชนะด้วย “พลังใจของเรา”...พร้อมกับดูแลใส่ใจกับ  5 อ. คือ 
       1.    อาหารที่ปราศจากสารปนเปื้อน
       2.    อากาศที่บริสุทธิ์
       3.    ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (ไม่ต้องหักโหม)
       4.    อุจจาระให้เป็นเวลา  
และที่สำคัญที่สุด         5.     อารมณ์ที่เบิกบาน (คิดดี...ปฏิบัติดี...ใจเป็นสุข) ขยายความ ยืนยัน ด้วยบทความที่แพทย์ระบุว่า ดีกับร่างกายที่สุด

- มาอ่านกันว่า  อะไรเอ่ย ที่แพทย์ระบุชัดว่า ดีกับร่างกายที่สุด!!! นั่นคือ อารมณ์ดี อารมณ์เดียวเลยล่ะ!!! Click เพื่ออ่าน...

- อารมณ์ดีด้วยเสีบงเพลงบรรเลงเบาๆ เพราะๆ ขอแนะนำ CD Spa บรรเลง สุนทราภรณ์ +สุเทพ... Click เพื่ออ่าน!!!
-ขอแนะนำกล่องเพลงสุนทราภรณ์ ซึ่งบรรจุเพลงสุนทราภรณ์ถึง 1200 เพลง... Click เพื่ออ่านเรื่องวิทยุโบราณ...!!!


มารู้จักอาการเส้นเลือดอุดตันในสมอง กับกรณีตัวอย่าง จะได้ตัดสินใจในการรักษาได้ทันท่วงที!!!

มีเรื่องจะเล่าให้เพื่อนๆฟัง เผื่อว่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับเพื่อนๆ จะได้แก้ไขทัน เพราะถ้ารอนานเกินไป ปัญหาใหญ่จะตามมา

เรื่องนี้เกิดกับตัวผม(วิสุทธิ์)ครับ ไม่ใช่เอามาเล่าต่อ...หมายเหตุ Admin รับจากไลน์ แต่เห็นว่ามีประโยชน์จึงขออนุญาตินำมาเล่าสู่กันน่ะครับ

เมื่อวันเสาร์ (2 มิย) ตอนเย็นไปทานข้าวที่ร้านนาทองตรงรัชดาฯ-ห้วยขวาง  ทานเสร็จขับรถออกมาได้สัก 20 นาที  รู้สึกหน้าชาและปวดกระบอกตา ตาแสบมากแทบลืมไม่ขึ้น หายใจติดขัด เลยเปลี่ยนให้ภรรยาขับรถแทน  พอลงจากรถก็รู้สึกมึนๆ เวียนหัว เดินไม่ค่อยตรงทาง

ขณะนั้นเดาว่าอาจแพ้ผงชูรส หรือไม่ก็อาหารเป็นพิษ แต่ไม่ได้ปวดท้อง

กิน ultracarbon ไป 3 เม็ด กะว่าจะให้ดูดพิษในกระเพาะ

10 นาทีต่อมาอาเจียร อาเจียนโดยไม่ได้รู้สึกตัวว่ากำลังจะอาเจียร อ้าปากปั๊บก็อาเจียรออกมาเลย ไม่ได้เกร็งจากท้องหรือหน้าอกเหมือนการอาเจียรปกติ

อีก 5 นาทีตาอมา อาเจียนอีก ลักษณะอาเจียนแบบเดิม  คือพออ้าปากปั๊บก็ออกมาเลย ไม่ได้ไปเค้นหรือโก่งคอเลย

ตอนนั้นกำลังจะกลับบ้าน เลยเปลี่ยนใจไป รพ แทน เพราะอาเจียรออกมาเยอะ จึงคิดว่าจะไปนอนให้น้ำเกลือ

และตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกตัวว่า พูดไม่ค่อยจะได้  เหมือนลิ้นแข็ง จะพูดสักคำหนึ่งต้องตั้งใจมาก และพูดออกมาก็ฟังไม่รู้เรื่อง คือพยายามจะบอกแฟนว่าเรากำลังรู้สึกอย่างไร แต่เรายังฟังที่เราพูดเองไม่รู้เรื่องเลย

พอถึง รพ เข้า emergency ก็บอกเขาว่าอาจมีอาการอาหารเป็นพิษ จะลงไปนั่งรถเข็นยังไม่ค่อยได้เลย

พอแพทย์มาตรวจ ก็ให้ส่งไป scan สมอง เพราะเขารู้สึกว่าอาการเหมือนมาจากสมองมากกว่า เพราะตอนนั้นเราพูดก็ออกเสียงไม่ได้อย่างที่อยากจะพูด เขาให้ลองเขียนชื่อตัวเอง ก็ขยับปากกาไม่ค่อยจะไป  จะพูดชื่อตัวเองก็พูดไม่ได้  ขยับนิ้วจิ้มไปที่ที่เขาบอกก็ทำไม่ได้

ตอนนั้นรู้สึกตัวทุกอย่าง แต่เหมือนร่างกายไม่ยอมทำตาม

ผล scan ออกมา  มีเส้นเลือดเล็กๆอุดตันในสมองซีกซ้าย

เขาเอาเข้าห้อง ICU
รู้สึกว่าจะให้กินยาละลายลิ่มเลือด และยาอะไรอีกสักอย่าง

อาการเป็นๆหายๆ อยู่ 3-4 ครั้ง  จนประมาณ  3 ทุ่มครึ่ง  ก็ดีขึ้นมาก  แต่ก็อยู่ใน ICU ทั้งคืน

พอตอนเช้าหมอเข้ามาอธิบายว่า เกิดจากเส้นเลือดอุดตันในสมอง เพราะเราควบคุมเบาหวานไม่ดี และอาจมาจากไขมันด้วย เกิดอาการเลือดแข็งตัว แล้วไปอุดตันในสมอง (ไม่ได้ไปเช็คกับหมอเบาหวานมา 2 ปีแล้วมั้ง) ต่อไปนี้ต้องควบคุมน้ำตาลให้ได้ และต้องกินยาละลายลิ่มเลือดและยาลดกรดในกระเพาะอาหาร และยาลดไขมันไปตลอด

ก็เลยถามหมอว่า
“ถ้าตอนนั้นผมคิดว่าอาหารเป็นพิษ แล้วกลับบ้าน ไม่มา รพ จะเกิดอะไรขึ้น”

หมอบอกว่า
“ถ้าทิ้งไว้อีกไม่กี่ชั่วโมง อาจเกิดอาการชาและเป็นอัมพาตในซีกขวาได้ เพราะส่วนที่เส้นเลือดตีบนั้นจะขยายวงกว้างขึ้น ถ้าไม่รีบกินยาละลายลิ่มเลือด การรักษาก็จะยากขึ้น”

ผมอยู่ใน ICU หนึ่งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้นหมอเห็นว่าอาการดีแล้ว ก็เลยให้ย้ายไปอยู่ห้องธรรมดา เพื่อ observe อาการต่ออีกอย่างน้อย 24 ชม

รวมแล้วอยู่ รพ สองคืน

มีอีกเหตุการณ์หนึ่งคล้ายๆกับของผมเลย เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ ก่อนหน้าผม 1 วัน   

คือ เพื่อนของเพื่อนที่เขาตีแบตด้วยกันเกิดอาการเหมือนผม  

เขาให้ รถฉุกเฉินมารับไป รพ
แต่เขาเป็นทหาร ก็เลยพยายามที่จะเข้า รพ ของทหาร ปรากฏว่าไป 2-3 ที่ ไม่มีเครื่อง scan สมอง ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง จนในที่สุดก็ได้ รพ ที่ต้องการ

แต่ปรากฏว่าใช้เวลานานเกินไป ตอนนี้เขายังอยู่ใน ICU (ตั้งแต่วันศุกร์ละ) เป็นอัมพาตไปครึ่งซีก

จึงอยากจะเตือนเพื่อนๆว่า
ถ้ามีอาการคล้ายๆผม ให้รีบไป รพ ที่ใกล้ที่สุดก่อนเลย ถ้ามีการอาเจียรแบบไม่รู้ตัว พูดไม่ค่อยได้ รู้สึกว่าร่างกายชาไปครึ่งซีก

พยายามอย่าเสียเวลาหา รพ
อาจจะเอาเอกชนที่ใกล้ๆก่อน เพราะเขาน่าจะมีเครื่องไม้เครื่องมือ

อย่าไปคิดว่าอาจเป็นเพราะอาหารเป็นพิษ

เพราะถ้าเราช้าไปนิดเดียว อาการอาจจะหนักเกินกว่าที่จะแก้ได้

ทาง Admin คิดว่าการป้องกันน่าจะมีผลดีมากกว่า จึงขอแนะนำ ให้ดื่มน้ำสมุนไพรคาวตองหรือพลูคาว ควบคู่กับชีวิตประจำวันปรกติ และ การรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน เป็นการขับพิษที่มากเกิน เพราะ น้ำสมุนไพร เป็นภูมิปัญญาบรรพชน และ เป็นพืชผัก มิได้ขัดแย้งกับการรักษาด้วยเคมีของการแพทย์แผนปัจจุบันแต่กลับจะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพราะจากการศึกษาทางเภสัช พลูคาว หรือ คาวตอง มีฤทธิ์ในการทำลายเซลส์มะเร็ง หลายชนิด พร้อมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันตนเองของร่างกาย มาอ่านผลการวิจัยว่าทำลายมะเร็งได้กี่ชนิด และ เราจะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร...

Wednesday, June 6, 2018

เล่น Fitness ที่บ้าน ประหยัด สนุก สบาย ไม่เสียเวลาเดินทาง!!!

การออกกำลังกายที่นิยมใน Fitness แต่ประหยัดกว่า@home


ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพสูง แต่ราคาประหยัด
เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน ประหยัด ปลอดภัยคุ้มค่ากว่าไป Fitness หรือ เลือกจักรยานแบบพับได้ Click!!! สั่งซื้อได้ที่นี้ ราคาพิเศษ 2,590 บาท จากราคาเดิม 9,990 บาท



B&G ลู่วิ่งไฟฟ้า ลู่วิ่งฟิตเนส Treadmill มอเตอร์ สูงสุดใต้ถึง3แรงม้า (Single Function) Treadmill - รุ่น 668ANew มอเตอร์รับประกัน 10 ปี


  • มอเตอร์กำลัง 1.5แรงม้า ปรับความเร็วได้ 0.8-16 กม./ชม.
  • รองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 100 กิโลกรัม
  • ปรับความชันได้ที่ 3 และ 5 องศา (Manual Inclination)
  • ขนาดสายพาน (พื้นที่วิ่ง) 420*1150mm
  • หน้าจอLCD แสดงข้อมูลครบถ้วน ความเร็ว เวลา ระยะทาง แคลอรี ชีพจร
  • ดีไซน์ทันสมัย มีเสน่ห์ในตัว
  • ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ สามารถพับได้
  • มี Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งาน
  • ออกแบบสวยงาม มีที่วางแทปเลต กระบอกน้ำ และมือถือ
  • ได้มาตรฐานCE ISO9001 SGS CB EN957 ROHS


Click!!! อ่านเพิ่มเติม หรือ สั่งซื้อได้ที่นี้ ในราคาพิเศษเพียง 9,990 บาท จากราคาเดิม 49,900 บาท

สุขและทุกข์อยู่รอบตัวเรา อยู่ที่ว่า เราจะเลือกหยิบ เลือกคว้าอะไร

โรคภัยมันเอาร่างกายของพ่อไปแล้ว อย่าให้มันเอาใจ ของเราไปด้วย

เรื่องราวดีๆ
.........จากข้อเขียนของพิษณุ นิลกลัด

สัปดาห์สุดท้ายของปี 2548 ผมไปงานสวด และงานเผาศพ ผู้ชายวัย 81 ปี ที่ผมรู้จักเขา มายาวนาน 30 ปี ไม่ใช่ญาติ แต่สนิทนักรักใคร่เสมือนญาติ

ก่อนเสียชีวิตไม่กี่วัน เขาสั่งลูกและภรรยา แบบคนไม่ครั่นคร้ามความตายว่าสวดสามวันแล้วเผา ไม่ต้องบอกใครให้ วุ่นวาย อย่าเศร้า อย่าร้องไห้ ทุกคนต้องมีวันนี้ เพียงแต่เขาอยู่หัวแถว เลยต้องไปก่อน แล้วลูกเมียก็ทำตามคำสั่ง สวดสามวันเผา

งานสวด 3 คืน มีคนฟังพระสวดคืนละ 14 คน คือ เมีย ลูก หลาน เขย สะใภ้ และผม ซึ่งเป็นคนนอก เป็นงานศพ ที่มีคนไปร่วมงาน น้อยที่สุด เท่าที่ผมเคยไปฟังสวด

วันเผามีเพิ่มเป็น 17 คน สามคนที่เพิ่ม เป็นเพื่อนบ้านที่เคยคุยด้วย เกือบทุกเย็นคนหนึ่ง อีกคนเป็นแม่ค้าล็อตเตอรี่ ที่เคยยืมเงินแล้วไม่มีสตังค์จ่าย เลยเอาล็อตเตอรี่ ทยอยผ่อนใช้หนี้แทนเงิน งวดละสองใบ และคนสุดท้ายเป็นหญิง ที่ผู้ตายเคยผูกปิ่นโต ทุกมื้อเย็น
ทั้งสามคนบอกว่า เกือบมาไม่ทันเผา เคราะห์ดีที่แวะไปเยี่ยม ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่บอกว่า เสียชีวิตไปแล้ว 3 วัน

หลังฌาปนกิจ พระกระซิบถาม เจ้าหน้าที่วัดว่า เจ้าของงาน จ่ายเงินค่าศาลาสวดพระอภิธรรมแล้วหรือยัง พระท่านคงไม่เคยเห็น งานศพที่มีคนน้อย แบบที่ผมก็รู้สึก ตั้งแต่สวดคืนแรก

จริงๆ แล้ว ผู้ตายเป็นคน ค่อนข้างมีสตังค์ ทำงานที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย จนเกษียณอายุในตำแหน่งหัวหน้าหน่วย
แต่ด้วยความที่รัก และศรัทธา อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการแบงค์ชาติ จึงดำเนินชีวิตแบบไม่ปรารถนาให้ใครเดือดร้อน - แม้กระทั่งวันตาย

ผมสนิทกับเขา เพราะเขามีความฝันในวัยเด็ก อยากเป็นนักประพันธ์ แบบ "ไม้ เมืองเดิม" ที่เขาเคยนั่งเหลาดินสอ และวิ่งซื้อโอเลี้ยงให้

เมื่อตัวเองเป็นนักเขียนไม่ได้ พอมาเจอะผมที่เป็นนักข่าว ก็เลยถูกชะตา และให้ความเมตตา การมีโอกาสได้พูดได้คุย กับเขาตามวาระโอกาส ตลอด 30 ปี ทำให้ได้แง่คิดดีๆ มาใช้ในการดำรงชีวิต

วันหนึ่งเขารู้ว่าขโมย ยกชุดกอล์ฟของผม ไปสองชุด ราคา 4 แสนกว่าบาท เขาปลอบใจผมว่า "ของที่หาย เป็นของฟุ่มเฟือยของเรา แต่มันอาจเป็นของจำเป็น สำหรับลูกเมียครอบครัวเขา คิดซะว่าได้ทำบุญ จะได้ไม่ทุกข์"

เขามีวิธีคิด "เท่ๆ" แบบผมคิดไม่ได้ มากมาย
เป็นต้นว่า "สุขและทุกข์อยู่รอบตัวเรา อยู่ที่ว่า เราจะเลือกหยิบ เลือกคว้าอะไร"

คงเป็นเพราะเขาเลือกคว้า แต่ความสุข...อ่านต่อ

สมุนไพรคาวตอง กับ คุณเมือง จันทบุรี

คุณเมือง  อายุ 40  ปี
ตำบล  วังใหม่  อำเภอ  นายายอาม 
จังหวัด  จันทบุรี                                                     
มีปัญหาเรื่องสุขภาพ คือ  มึนชาตามร่างกาย เนื่องจากเกิดจาก อุบัติเหตุ  ไฟฟ้าช็อค มีอาการ คือ   มีอาการชาที่ขาขวา เดินเกือบไม่ได้แล้ว                                                                                                                                                   
พอได้มากิน  คาวตอง  วันแรกที่กิน คาวตอง มีอาการกระทุ้งโรคออกมาด้วย คือ มันมีอาการชากว่าเดิมอีกสองเท่า หนักว่าเดิมอีก และ มีเส้นเลือดมันปูดขึ้นมาให้เห็นได้ชัดมากเลย แต่ก่อนมันไม่เห็นเส้นเลือดแล้ว เป็นอยู่ 3 วัน ลุกไปไหนไม่ได้เลย วันที่ 4 อาการค่อยๆเบาลง เริ่มมีเรียวแรงขึ้น อาการชาเหลืออยู่แค่ปลายเท้า
ข้อมูลจาก ภก อุดม

Kenko พลูคาว คาวตอง ช่วยเรื่องเบาหวาน มะเร็ง 750 มิลิลิตร




สรรพคุณ
- รักษาโรคมะเร็ง ทำลายเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะเกี่ยวกับมะเร็งปอด มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว
- เนื้องอกในสมอง
- ริดสีดวงทวาร โดยไม่ต้องผ่าตัด
- โรคกาม หนองใน โรคเป็นแผลเปื่อยพุพอง ทำให้น้ำเหลืองแห้ง
- โรคผิวหนัง แก้พิษแมลงป่อง พอกฝี
- ทางเดินปัสสาวะอักเสบ
- เพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว รักษาอาการอักเสบต่าง ๆ เช่น ฝีอักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ตาอักเสบ ตับอักเสบ ไตอักเสบ
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา หูชั้นกลางอักเสบ
- บำบัดฟื้นฟู โรคความดันโลหิตสูง (Artrosclerosis)
- เพิ่มภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานโรค ยับยั้งเนื้องอก กระตุ้นเซลล์น้ำเหลือง ยับยั้งเบาหวาน
- รักษาความสมดุลของร่างกายและอื่นๆ
- ป้องกันไข้ทรพิษ หัด หัดเยอรมัน การติดเชื้อทางเดินหายใจ HIV เริม งูสวัด
- ฤทธิ์เกี่ยวกับการต้านเชื้อราและแบคทีเรีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่เกิดจากเชื้อรา Cryptocoecus
- โรคทางเดินอาหาร
- โรคปริทันต์ โรคติดเชื้อในปาก
-โรคกลากเกลื้อน
- ฤทธิ์ระงับปวด เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ ห้ามเลือด รักษาปริมาณของเหลวในร่างกาย
- ฤทธิ์ขับปัสสาวะ พบสารฟลาโวนอยด์ ที่แยกได้จากใบพลูคาวเป็นสารสำคัญในการออกฤทธิ์
- ฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ น้ำมันหอมระเหยจากการกลั่นส่วนเหนือดินของพลูคาว พบว่ามีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอย่างแรงต่อเชื้อ Bacillus cereus และ B. Subtilis เชื้ออหิวาต์ Vibrio cholerae 0-1 และ V. Parahaemolyticus
- ฤทธิ์ต้านไวรัส น้ำมันหอมระเหยจากพลูคาวสามารถยับยั้งการเจริญของไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ และไวรัสที่เป็น
สาเหตุของโรคเอดส์ (HIV)
ปริมาณ 750ml

เลขที่ อย./เลขที่จดแจ้ง : 50-2-05159-2-0007 

Saturday, June 2, 2018

-Joke after lunch-
ผมถูกเชิญไปงานแต่งงานหนึ่ง เมื่อไปถึงโรงแรม พบประตู2ประตู เขียนไว้ว่า
1ญาติเจ้าสาว
2ญาติเจ้าบ่าว
ผมเข้าประตูที่เขียนว่า ญาติเจ้าสาว ก็เจอประตูอีก2ประตู เขียนว่า
1สุภาพสตรี
2สุภาพบุรุษ
ผมก็ตรงไปยังประตูที่เขียนว่า สุภาพบุรุษ พอเปิดเข้าไปเจออีก 2ประตู เขียนว่า
1 ผู้ร่วมงานที่"มี"ของขวัญ
2 ผู้ร่วมงานที่ "ไม่มี" ของขวัญ
ผมก็เดินผ่านประตูที่เขียนว่า ผู้ร่วมงานที่ไม่มีของขวัญ และก็พบว่า ตอนนี้ผมอยู่ด้านนอกโรงแรม....ตะแล้ม ตะแล้ม
ขอขอบคุณ WorldTravel.blogspot.com

Friday, June 1, 2018

วิธีการใช้เจลฟอกสีฟัน Dazzling White!!!

Dazzling White ราคาพิเศษ เพียง 98 บาท จากราคาเต็ม 390 บาท สั่งซื้อเลย!!!



VDO (ด้านบน)วิธีการใช้เจลฟอกสีฟัน Dazzling White



  • DAZZLING WHITE PEN 
  • เจลฟอกสีฟันแก้ฟันเหลือง สำหรับการรักษา ทำให้ฟันของคุณกลับมาขาวใสเงางาม 
  • DAZZLING WHITE PEN เจลฟอกสีฟันแก้ฟันเหลือง ขาวขึ้นภายใน 7 วัน


เจลฟอกสีฟันให้ฟันของคุณขาวขึ้นภายใน 7 วัน ฟันของคุณจะค่อยๆ ปรับความขาวได้ถึง 4 เฉดจนคุณรู้สึกได้ ด้วย
เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์โมเลกุลเล็ก เกาะฟันได้ดี และมีขนแปรงอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ applicator 
Dazzling White ใช้งานง่ายแสนง่ายที่คุณสามารถทำเองได้ที่บ้าน มาในแพ็คเกจที่สะดวกพกพา คุณสามารถพก
ไปได้ทุกที่ เห็นผลไวใน 7 วัน กับการจ่ายในราคาที่แสนประหยัด เพราะหากคุณไปฟอกสีฟันที่คลินิคคุณต้องจ่าย
หลักพันถึงหมื่นขึ้นไป






DAZZLING WHITE PEN เจลฟอกสีฟัน แก้ฟันเหลือง ทำให้ฟันของคุณกลับมาขาวใสเงางาม ขาวขึ้นภายใน 7 วัน ราคาแสนประหยัด ใช้งานง่าย สามารถทำเองได้ที่บ้าน ผลิตจากอเมริกา ของแท้ 100% ปลอดภัย มี อ.ย. 1 หลอด 2 กรัม

Dazzling White ราคาพิเศษ เพียง 98 บาท จากราคาเต็ม 390 บาท สั่งซื้อเลย!!!