Thursday, August 9, 2018

ใบสั่งยา...อาจฆ่าคุณ เรื่องจริงที่ช็อกโลก โดย หมอเรย์




ใบสั่งยา...อาจฆ่าคุณ 

ผู้แต่ง : เรย์ ดี. แสตรนด์, น.พ. 
ผู้แปล : พรหมพัฒณ ธรรมะรัตน์จินดา
เรื่องจริงที่ช็อกโลก ความตายที่มากับยา!!


ราคาขาย  250.00  บาท สั่งซื้อโดยตรงจาก SE-ED เพียง 237.50 บาท คลิ๊กเลย!

  
::  รายละเอียดหนังสือ
  
จำนวน : 360 หน้า
ขนาดรูปเล่ม : 145 x 206 x 20 มม.
น้ำหนัก: 425 กรัม
เนื้อในพิมพ์ : ขาวดำ
ชนิดของปก : ปกอ่อน
ชนิดกระดาษ: กระดาษถนอมสายตา
เดือน/ปี ที่พิมพ์: 10/2007
พิมพ์ครั้งล่าสุด: ครั้งที่ -- เดือน -- ปี ----


::  สารบัญ

ส่วนที่ 1 ระบบ
บทที่ 1 ใบสั่งยาอาจฆ่าคุณ
บทที่ 2 กระบวนการอนุมัติยา
บทที่ 3 ความร่วมมืออันตราย
บทที่ 4 การทดสอบที่ยอดเยี่ยม...คือการทดสอบด้วยตัวคุณเอง!
ส่วนที่ 2 ระบบเดินผิดทาง
บทที่ 5 เรื่องของยา Rezulin
บทที่ 6 ระบบเดินผิดทาง
บทที่ 7 อันตรายที่ชัดเจน
บทที่ 8 การผสมผสาน ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ของยา
บทที่ 9 Polydoc
บทที่ 10 การใช้ยาที่หลากหลาย
ส่วนที่ 3 รักษาสุขภาพเชิงรุก
บทที่ 11 ยาที่วางอยู่ตามเคาน์เตอร์
บทที่ 12 สมุนไพรบำบัด
บทที่ 13 ป้องกันตัวเอง
บทที่ 14 แนวความคิดเพื่อสุขภาพ

::  เนื้อหาโดยสังเขป

ผลงานอีกเล่มหนึ่งของนายแพทย์เรย์ ดี. แสตรนด์ ซึ่งมีชื่อว่า "Death By Presciption" เป็นงานเขียนที่ทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ความจริงมากมายเกี่ยวกับยา และวัฎจักรแห่งการรักษาโรคในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร เมื่อคุณได้อ่านเนื้อหาภายในคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ "อึ้ง" กับความจริงที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดอย่างนายแพทย์เรย์มาก่อน แพทย์ผู้นี้ได้ให้มุมมองทางความคิดแบบ 360 องศาเกี่ยวกับการผลิตยา กระบวนการอนุมัติยา ความอันตรายที่เกิดขึ้นจากยาที่คาดไม่ถึง อีกทั้งการรักษาโรคในปัจจุบัน ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา ผลงานเล่มนี้คงโดนใจผู้อ่านจำนวนมากที่เคยตกเป็นเหยื่อของความไม่รู้ ความลังเล และความผิดพลาดต่าง ๆ จากการใช้ยา รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ยังต้องใช้ยาทั่วไปด้วย


::  คำนิยม

...แต่ให้ตายซิ...ผมไม่มีความรู้อะไรมากกว่านั้นเลยจริง ๆ คุณหมอสแตรนด์ ช็อกผมอีกครั้งหนึ่งกับหนังสือเล่มที่กำลังอยู่ในมือท่านนี้ 
ผมเองก็ยังไม่ค่อยอยากเชื่อนักว่ามันเป็นจริงตามที่คุณหมอสแตรนด์เขียน การตายเพราะใบสั่งยา เป็นสาเหตุของการตายอันดับสามในอเมริกา มากกว่าการตายจากอุบัติเหตุ!

(น.พ.วัชรา ทรัพย์สุวรรณ)

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าความตั้งใจและความรอบรู้ของคุณพรหมพัฒณเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะให้ประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผู้อ่านทุกท่าน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพและการดำรงชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสมกับโลกปัจจุบัน

(ผ.ศ.ดร.ชไมภัค ไม้กลัด)

เนื้อหาโดยย่อ

นพ.เรย์ ดี สแตรนด์ (Ray D. Strand, M.D.) แพทย์ผู้เชียวชาญ และผู้แต่งหนังสือ เมื่อคุณหมอไม่รู้จักอาหารเสริม 
ความตายอาจกำลังครอบงำคุณ และ ใบสั่งยา อาจฆ่าคุณ ทำการวิจัยเกือบ 10 ปี พบว่าคุณประโยชน์ของ "สารอาหารบำบัด" 
ที่มีคุณภาพสูง สามารถช่วยให้ร่างกายมีสมรรถภาพต่างๆ คือ
เพิ่มภูมิต้านทานโรค 
เพิ่มศักยภาพให้ Antioxidant สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสื่อม ความชรา และมะเร็ง 
ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคลมปัจจุบัน มะเร็ง ข้ออักเสบ ความเสื่อม ต้อกระจก อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ภูมิแพ้ หืด โรคปอด 
โรคจากความเสื่อมเรื้อรัง 
ช่วยรักษาโรคที่มีความเสื่อมเริ้อรัง 
จากข้อมูลในหนังสือของคุณหมอเรย์ ดี สแตรนด์ ได้มีข้อมูลยืนยันว่า นักศึกษาแพทย์ได้เรียนทางด้านโภชนาการ หรือเรื่องสารอาหารน้อยมาก 
แค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น จากการเรียนแพทย์ถึง 6 ปี ส่วนใหญ่จะเรียนแต่เรื่องยากับการผ่าตัด ดังนั้นคุณหมอ 95% ในโลกนี้จะไม่มีความรู้เรื่อง
ของอาหารเสริมเลย และจะบอกกับท่านว่า "ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็พอแล้ว"

ส่วนเหตุผลที่ควรจะทาน ให้ตอบคำถามเหล่านี้ดูถ้า...คุณตอบว่า ใช่...! ในข้อใดข้อหนึ่ง คุณสมควรทาน "สารบำบัด"
1.คุณไม่ได้กินอาหารดีๆ มีประโยชน์ทุกมื้อ เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช ผัก และผลไม้สดอินทรีย์ (ไร้สารพิษ 100%) เต้าหู้ สาหร่ายทะเล ปลา และอาหารทะเลไร้สารพิษ เป็นต้น 
2.คุณไม่ได้ทานผักครบ 5 สีทุกมื้อ หรือทานผักผลไม้ครบ 2 กิโลกรัมทุกวัน (หรือ 80% ใน 1 วัน) 
3.คุณทานอาหารเป็นประเภททอด ปิ้ง ย่าง ผัด เป็นส่วนใหญ่ และใช้ความร้อนกับน้ำมันพืชเกิน 60 องศาเซลเซียส
(ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระมหาศาลตั้งแต่กระบวนการทำอาหาร จนถึงรับประทานเข้าไป) 
4.คุณไม่ได้ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป 
5.คุณอยากมี "สุขภาพดี 120 ปี ไม่มีป่วย" หรืออยากมีสุขภาพดี ดูดี อ่อนกว่าวัย 10 - 30 ปี 
6.คุณไม่อยากเป็นเหมือนคนทั่วไป ที่มีความเจ็บป่วย พิการ ดูเหมือนเป็นเรื่อง "ธรรมดา" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น 
    •อายุ 40 ปี   เริ่มมีโรค เริ่มพบแพทย์ 
    •อายุ 50 ปี   มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต้องกินยาตลอดชีวิต 
    •อายุ 60 ปี   ต้องนอนโรงพยาบาล เป็นมะเร็ง หรือผ่าตัด เสียเงินอีกหลายแสนบาท 
    •อายุ 70 ปี   ต้องนอนโรงพยาบาลนาน 2 - 3 เดือน หรือนอน ICU 
   •อายุ 80 ปี   พิการ อัมพาต นอนบนเตียงตลอดชีวิต หรือตาย 


คุณรู้หรือไม่?
การรักษาสุขภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. Preventive Medicine เป็นการแพทย์ที่เน้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้น 
2. Curative Medicine เป็นการแพทย์ที่เน้นการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว
แล้วคุณล่ะเลือกอยู่กลุ่มไหน 
--- ป้องกันก่อนเป็น ---
หรือ
--- เป็นแล้วค่อยรักษา ---
จริงๆ แล้วคุณสามารถป้องกันได้ทั้งหมด ด้วยการดูแลเซลให้แข็งแรงอยู่เสมอ กระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้คอยต่อต้านอนุมูลอิสระ ไม่ให้ส่วนไหนของร่างกายอ่อนแอ แต่จะทำได้ "สารอาหารบำบัด" จึงจำเป็น

กินยาต่อไปให้พิจารณากันมากๆหน่อยนะเพื่อนๆ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Herborg




             จากการศึกษาและได้ร่วมวิจัย   สมุนไพรคาวตอง ในแนวทางของเภสัชศาสตร์สเต็มเซลล์มากกว่า 16 ปี โดยการพัฒนาเภสัชศาสตร์ สารใหม่ๆจากสมุนไพรคาวตอง  ผ่านวิธีการหมักแบบชีวภาพที่ควบคุมระบบนิเวศน์ในถังหมักแบบเฉพาะและการทำให้แห้งโดยไม่ผ่านความร้อน ( Dynamic Freeze Drying )จึงทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างความภาคภูมิใจของทีมวิจัยของคนไทย ที่มีเภสัชกรอุดม รินคำ ร่วมวิจัย  และนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของ Herborg

             ภก.อุดม รินคำ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นสูตร การผลิต สมุนไพรคาวตอง โดยได้รับอนุสิทธิบัตรเกี่ยวกับสมุนไพรคาวตอง  2 ใบ และได้นำสูตรมาพัฒนาให้ดีขึ้นจนเกิดขึ้นมาเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด
มีส่วนประกอบของพลูคาวสกัด และสารเบต้าคลูแคน
·  ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาวจำพวก NK CELL (เซลล์(Natural Killer Cells)  ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเฉพราะ และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ
·       ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ
·       ช่วยปรับสมดุลการทำงานอวัยวะต่างๆของร่างกาย


******** เลขที่อย. 24-1-09957-1-0091

******** ราคา 1,950 บาท  โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1

******** ค่าส่งนิ่มซี่เส็ง 150 บาท


******** สั่งซื้อสินค้า คลิกแอดไลน์เลย


สอบถามเพิ่มเติม >> คลิกแอดไลน์เลย


Hi-Balanz Reishi Extract  30 Capsules
฿295
฿550-46%
511 sold
Bangkok
VISTRA Acerola Cherry 1000 mg.
฿245
฿410-40%
1,260 sold
Chanthaburi

No comments:

Post a Comment