Saturday, July 7, 2018

5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมหาศาล!!!






5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังกินข้าวเสร็จใหม่ๆ เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมหาศาล เรื่องเล็กๆน้อยๆหลังกินข้าวเสร็จที่หลายๆ คนมองข้าม อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมหาศาล 5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังรับประทานอาหารมีอะไรกันบ้าง ติดตามกันค่ะ 1. ดื่มชาทันที อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจเพราะสาร พอลิฟีนอล ที่อยู่ในชาจะเข้าไปขัดขวาง การดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารนอกจากนี้ กรดในชายังทำลายโปรตีนในอาหารด้วยค่ะ 2. อาบน้ำทันที จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติประสิทธิภาพในการย่อยอาหารลดลง ระบบความดันโลหิตในร่างกายไม่สมดุล ทางที่ดีควรรอ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยอาบน้ำค่ะ 3. นอนหลับทันที ทำให้อาหารไม่สามารถย่อยได้ จึงทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมทั้งอาจทำให้เป็นโรคกรดไหลย้อนค่ะ 4. เดินไปเดินมา ออกกำลัง การเดินจะทำให้กระเพาะและลำไส้ขยับไปมาระบบย่อยอาหารจึงทำงานได้ไม่เต็มที่ค่ะ 5. กินผลไม้ ทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารและอาจทำให้ท้อง อืดท้องเฟ้อ ควรรอสัก 1 – 2 ชั่วโมงแล้วค่อยกิน หรือกินก่อนอาหารชัก 1 ชั่วโมงค่ะ ถ้าเพื่อนๆ เห็นว่าคลิปนี้มีประโยชน์ ก็อย่าลืมส่งต่อให้คนที่เพื่อนๆรัก หรือคนที่เพื่อนๆ ห่วงใยด้วยคะ.. เพราะความสุขที่ยิ่งใหญ่ คือการเป็นผู้ให้ ขอให้มีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ร่ำรวยความสุข ถ้วนหน้ากันทุกท่าน ตลอดไปเลยนะคะ.. อย่าลืม! ถ้าคุณชอบโปรดกด like. ถ้าคุณถูกใจโปรด subscribe! เพื่อเป็นกำลังใจ ให้แก่พวกเราด้วยคะ..ขอบคุณค่า.. ขอบคุณข้อมูลและภาพที่มา : http://www.rak-sukapap.com/2016/08/5 ที่มา : http://www.girlsfriendclub.com/dont-a... ลิ้งบทความ : http://goo.gl/i2v6OV ขอบคุณภาพที่มา : http://www.girlsfriendclub.com

VDO 5 สิ่งที่คุณไม่ควรทำ หลีงรับประทานอาหาร

5 สิ่งที่คุณไม่ควรทำ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ ๆ 
1. ไม่ควรสูบบุหรี่ - การสูบบุหรี่ 1 มวนหลังกินอาหาร จะเท่ากับการสูบบุหรี่ยามปกติถึง 10 มวนเลยทีเดียว
2. ไม่ควรดื่ม - เครื่องดื่มเจือจางกรดในกระเพาะอาหาร
3. ไม่ควรนอนหลับทันที - เพราะอาหารที่ทานเข้าไปจะไม่สามารถย่อยได้
 
       4. ไม่ควรอาบน้ำทันที - ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ และทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารลดลง รวมทั้งส่งผลให้ระบบความดันโลหิตในร่างกายไม่สมดุล
5. ไม่ควรรับประทานผลไม้ - การรับประทานผลไม้ทันทีจะส่งผลเสียต่อระบบการย่อยอาหาร จะทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหาร
ขอบคุณข้อมูลจาก facebook เพจ Bright Side
-----------------------------------------------------------------



badgeKHAOLAOR ขาวละออ เห็ดหลินจือ สกัด สายพันธุ์พระราชทานG2 (มีงานวิจัย เห็นผลจริง) ราคาพิเศษเพียง 590 บาท จากราคา 690 บาท สั่งซื้อเลย!!!

เห็ดหลินจือ (Ganoderma Lucidum)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ganoderma lucidum (Fr.) Karst.
ตระกูล : Polyporaceae
ชื่อสามัญ :  เห็ดจวักงู เห็ดนางกวัก เห็ดหมื่นปี เห็ดหลินจือ ฯลฯ
ชื่อท้องถิ่น : Lacquered mushroom, Holy mushroom
ภาษาจีนเรียกว่า : Ling zhi ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า : Reishi

ลักษณะทั่วไป 
เห็ดหลินจือจัดเป็นราขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างคล้ายไต สีแดงอมน้ำตาล หรือสีม่วงแก่ มีลายวงแหวน มีความวาวเป็นมันมีลักษณะแข็งเหมือนเนื้อไม้ ปลายรอบนอกสุดของหมวกเห็ดบางและ ม้วนเข้าด้านในเล็กน้อย ผิวในของหมวกเห็ดมีสีขาว หรือน้ำตาลอ่อน ก้านดอกเห็ดมีสีน้ำตาลแดง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 ซม.

ส่วนประกอบและประโยชน์ของเห็ดหลินจือ

1.น้ำ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ
2.โปรตีน ช่วยในการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน
3.ไขมัน เป็นแหล่งพลังงานสะสมให้กับร่าง กาย
4.เส้นใย ช่วยการขับถ่าย
5.คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานและช่วยสงวนโปรตีนให้ ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโ ยชน์มากที่สุด
6.โพลีแซ็กคาไรด์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
7.แคลเซียม บำรุงกระดูก บำรุงสมอง
8.ฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูก บำรุงสมอง
9.เหล็ก องค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง

กลุ่มของสารสำคัญที่พบในเห็ดหลินจือ

1.โพลีแซคคาไรด์ (polysaccharides) ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ปกป้องตับ ยับยั้งการหลั่งสารฮิสตามิน ต่อต้านการเกิดหลอดเลือดใหม่ในม ะเร็ง ปกป้องอันตรายจากการได้รับรังสี
2.ไตรเทอร์ปีนอยด์ (triterpenoids) ต้านเซลล์มะเร็ง ต้านไวรัส HIV ลดภาวะไขมันในเลือดสูง ลดความดันโลหิต ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ปกป้องตับจากสารพิษ บรรเทาอาการปวดกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ปรับระบบภูมิคุ้มกัน
3.โปรตีน LZ-8 ต้านการเกิดภูมิแพ้ ปรับระบบภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส
4.นิวคลีโอไซด์และนิวคลีโอไทด์ (Nucleosides and Nucleotides) ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ต้านเชื้อไวรัส ปรับระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาปวด
5.สารอินทรีย์ที่มีธาตุเยอร์มาเนียม ต้านเซลล์มะเร็ง เพิ่มการไหลเวียนเลือดและประสิท ธิภาพในการใช้ออกซิเจน
6.กรดโอเลอิคและสารภูมิแพ้ Cyclooctasulphur ต้านการหลั่งฮีสตามีนซึ่งเป็นตั วทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้

สรรพคุณเห็ดหลินจือ กับ อวัยวะต่างๆ

1.เกี่ยวกับสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดขอ งร่างกาย สมองควบคุมพฤติกรรม ร่างกาย และความสมดุล
-ทำให้มนุษย์มีความจำดีขึ้น
-ช่วยปรับการควบคุมอารมณ์ให้ดีขึ้ นและมีประสิทธิภาพดีขึ้น
-ช่วยผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มประสาทให้ใช้ยาลดลง

2.เกี่ยวกับหัวใจ
-ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดหัวใจ
-ปรับการเต้นผิดปกติของหัวใจ
-ป้องกันการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจ
-เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเ นื้อหัวใจ
-ลดไขมันในเลือด (คลอเลสเตอรอล) จึงสามารถรักษาโรคต่อไปนี้
*รักษาโรคหลอดเลือด
*โรคไขมันในโลหิตสูง
*โรคความดันโลหิตสูง
*โรคเส้นเลือดหัวใจ อื่นๆ ได้อีกด้วย

3.เกี่ยวกับปอด 
-เห็ดหลินจือมีสรรพคุณในการระงับอาการไอ ขับเสมหะ ลดอาการไอ หอบ ไอหืด
-ทำให้เนื้อเยื่อในปอดเกิดขึ้นใหม่
-ป้องกันการแพ้อากาศจึงสามารถรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและอาการหอบหืด และอาการภูมิแพ้

4.เกี่ยวกับตับ
-เห็ดหลินจือเพิ่มประสิทธิภาพใน การขับพิษของเซลล์ตับ
-เห็ดหลินจือป้องกันตับถูกทำลาย
-สร้างและซ่อมแซมเซลล์ตับใหม่ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ ตับ

5.เกี่ยวกับไต
-เห็ดหลินจือมีสรรพคุณบำรุงไต ขับปัสสาวะ ทำให้ไตแข็งแรง รักษาอาการขับปัสสาวะบ่อยในเวลา กลางคืน
-ทำให้นอนหลับสบาย รักษาโรคประสาทอ่อนๆ ได้อีกด้วย
-ไตมีความเกี่ยวข้องกับหู ดังนั้นยังรักษาอาการหูอื้อ หูหนวก น้ำในหูไม่เท่ากัน

6.เกี่ยวกับม้าม
-ระงับประสาท สามารถผ่อนคลายประสาทที่ตึงเครี ยด
-มีสรรพคุณทำให้จิตใจสงบและระงั บประสาท
-ป้องกันเนื้อเยื่อในกระเพาะแตก
-ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก
-รักษาโรคกระเพาะเรื้อรัง โรคท้องรวง ท้องผูก และลดกรด
-ปรับปรุงประสิทธิภาพของลำไส้ และกระเพาะอาหาร
-รักษาโรคท้องร่วง ท้องผูก และลดกรดในกระเพาะที่มีมากเกิ นไป

 7.เกี่ยวกับตา
-หลินจือช่วยทำให้สายตาดีขึ้น
-ทำให้เซลล์ประสาทตาต่างๆ ทำงานไม่บกพร่อง

8.เกี่ยวกับผิวพรรณ ใบหน้า และผม
-ช่วยให้ผิวพรรณดี
-ใบหน้าขาวไม่ดำง่าย
-ทำให้ผิวหนังสามารถต้านรังสี UV ได้มากขึ้น

No comments:

Post a Comment